Spread the love

1 min read

ล้ำไปอีกขั้นกับเทคนิคการรับชุบอโนไดซ์ปี 2021 ที่ไม่ได้มีดีแค่ต้านการกร่อนของโลหะ

ต้องการมืออาชีพช่วย เขียนบทความหรือเน้นการเขียนบทความคุณภาพสูง รวมถึงปรับแต่งบทความให้เหมาะสมตามรูปแบบธุรกิจและบริการของคุณ เสริมด้วยบริการ เขียนบทความ SEO ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาของเว็บไซต์คุณ ติดต่อตอนนี้ได้เลย

อะลูมิเนียมถือว่าเป็นวัสดุที่มีความอเนกประสงค์ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย ตั้งแต่การใช้ในเชิงอุตสาหกรรม การก่อสร้าง การนำมาใช้ในงานประดิษฐ์นวัตกรรมยานยนต์ และอื่น ๆ อีกมากมาย แม้จะมีประโยชน์แค่ไหนแต่ธรรมชาติของโลหะเมื่อถูกอากาศก็ย่อมจะเกิดการผุกร่อนได้ นั่นจึงจำเป็นจะต้องมีการทำสิ่งที่เรียกว่าว่า “ชุบอโนไดซ์

สำหรับการชุบอโนไดซ์จัดว่าเป็นวิธีการในการป้องกันการผุกร่อนของอะลูมิเนียม ซึ่งกระบวนการนี้มีใช้กันมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1923 จนมาถึงปัจจุบัน และในวันนี้ปี 2021 วิทยาการต่าง ๆ พัฒนาไปมากขึ้น เทคโนโลยีการชุบโลหะต่าง ๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาขึ้นเช่นกัน มาดูกันดีกว่าว่าเทคนิคการชุบอลูมิเนียมในวันนี้ก้าวหน้าไปถึงขั้นไหนกันแล้วบ้าง

พัฒนาการของการรับชุบอโนไดซ์อะลูมิเนียม

ยุคเริ่มแรก

เมื่อมีการค้นพบเทคนิคการทำอโนไดซ์อะลูมิเนียม ก็จะเป็นกระบวนการที่ใช้สารละลายที่เป็น Chromic Acid เข้าช่วย แม้จะชุบอลูมิเนียมได้ แต่ก็ยังพบปัญหาที่ว่าแผ่นฟิล์มที่เคลือบปกป้องผิววัสดุนั้นยังบางและมีความอ่อนนุ่ม จึงทำให้อะลูมิเนียมชุบสียาก

ยุคที่ 2

ต่อมาได้มีการพัฒนานำเอา Sulfuric Acid เข้ามาใช้แก้จุดบกพร่องที่พบเจอ ซึ่งต้องใช้กระแสไฟฟ้าเข้าช่วยสูงขึ้น แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ถือว่าดีกว่ายุคแรก คือ การชุบอโนไดซ์ด้วยวิธีนี้ทำให้ชั้นฟิล์มเคลือบผิวนั้นมีความหนาขึ้น ผิววัสดุลื่นและทนต่อการเสียดสีได้ดีขึ้นด้วย วิธีนี้จึงมีการใช้มาต่อเนื่องยาวนาน

ยุคที่ 3

มาจนถึงยุคปัจจุบันที่มีวิธีการชุบอโนไดซ์แยกออกไปอีกหลายแบบตามองค์ความรู้ที่พัฒนามากขึ้น มีทั้งการชุบโดยใช้ Oxalic Acid ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้อะลูมิเนียมมีสีสันภายในได้โดยไม่ต้องผ่านการชุบสี และสามารถชุบโลหะผสมที่มีความหนาได้ มีการใช้ Phosphoric Acid เข้ามาช่วยในกระบวนการชุบทำให้การเตรียมพื้นผิวงานเพื่อนำไปตกแต่งลายธรรมชาติ หรือผิวพ่นทรายทำได้ง่ายและเร็วขึ้น

ซึ่งการรับชุบอโนไดซ์ในยุคปี 2021 นี้พัฒนาไปถึงขั้นมีการใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) เข้ามาช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถที่จะกำหนดและคำนวณเวลาที่จะใช้ในการชุบวัสดุได้ สามารถกำหนดความสม่ำเสมอของสีที่ชุบได้ด้วย นั่นทำให้การชุบสีเกิดความเรียบเนียนและได้มาตรฐานเหมือน ๆ กันในทุกชิ้นงาน เรียกว่างานที่ออกมาจะมีความหลากหลายและมีมาตรฐานที่แน่นอนกว่าในสมัยก่อนมากทีเดียว

ทำอโนไดซ์อะลูมิเนียมยุคดิจิทัลให้มากกว่าเรื่องการปกป้องวัสดุ

พัฒนาการในแต่ละยุคที่เกิดขึ้นนั้นก็ตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนไปตามยุคสมัย แต่เมื่อมาถึงในปี 2021 นี้นับเป็นยุคที่ความต้องการมีความหลากหลายมากขึ้น ผู้คนไม่ได้ต้องการโลหะที่แข็งแรงทนทาน สามารถทนการกัดกร่อนของอากาศและอุณหภูมิได้เท่านั้น แต่ยังต้องการโลหะที่มีสีสันสวยงาม ได้เฉดสีตามที่ต้องการพื้นผิวต้องมีความลื่นมันเงาสวยงามและเป็นฉนวนไฟฟ้าในตัวเอง

นั่นจึงทำให้เทคนิคการรับชุบอโนไดซ์จำเป็นที่จะต้องพัฒนาก้าวไปอีกขั้น ให้ตอบสนองความต้องการในการใช้งานของผู้คน และการอโนไดซ์โลหะในวันนี้ก็พัฒนาขึ้นมากจริง ๆ ทั้ง

  • ช่วยให้วัสดุมีความทนทานมากขึ้น
  • ทนต่อการกัดกร่อนของแสงแดดและอุณหภูมิ
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • เซฟต้นทุนผู้ใช้งาน เพราะไม่ต้องเสียเวลาไปทำสีซ้ำอีกครั้ง

เรียกว่าการอโนไดซ์โลหะในตอนนี้ ให้ประโยชน์ผู้ใช้งานได้มากกว่าเรื่องการปกป้องการกัดกร่อนของโลหะมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าจริง ๆ

ประโยชน์ของการอโนไดซ์โลหะที่พบเห็นได้ในปัจจุบัน

วัสดุสิ่งของที่อยู่รอบ ๆ ตัวเราหลาย ๆ ชิ้นมีส่วนประกอบเป็นอะลูมิเนียมด้วยกันทั้งนั้น เริ่มกันตั้งแต่ตัวโครงสร้างของบ้าน ถ้าสังเกตดี ๆ จะพบว่ามีหลายส่วนของบ้านใช้อะลูมิเนียม ที่เราเห็นว่ามีความแข็งแกร่งมากขึ้นจนเราดูไม่ออกว่าเป็นอะลูมิเนียมหรือเปล่า ก็เพราะว่าวัสดุนั้นผ่านการชุบอโนไดซ์เพิ่มความแข็งแกร่งมาแล้วเรียบร้อย หลังคาบ้าน วงกบประตูหน้าต่างก็ล้วนทำจากอะลูมิเนียมที่ผ่านการอโนไดซ์มาแล้วเช่นกัน

นอกจากตัวโครงสร้างของบ้านแล้ว โครงสร้างและชิ้นส่วนของรถยนต์ที่เราขับกันนั้นก็เป็นอะลูมิเนียมที่ผ่านกระบวนการอโนไดซ์โลหะแบบปัจจุบันมาแล้วด้วยกันทั้งสิ้น นี่ยังไม่รวมถึงอุปกรณ์เครื่องใช้ใกล้ตัวเราอีกหลากหลาย ทั้งไฟฉาย เครื่องครัว เรียกกว่าวัสดุโลหะแบบอะลูมิเนียมที่เราใช้ประโยชน์อยู่รอบตัว เราล้วนเป็นชิ้นงานที่ผ่านกระบวนการอโนไดซ์มาแล้วทั้งสิ้น

ทั้งหมดนี้คงทำให้คุณมองเห็นคุณค่าและความสำคัญของการชุบอโนไดซ์โลหะกันมากขึ้น ซึ่งเทคนิคและองค์ความรู้ในเรื่องนี้ยังคงมีการพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง และเชื่อว่าหลังจากนี้ก็คงจะมีเทคนิคใหม่ ๆ ที่ดีมากขึ้นกว่าในปัจจุบัน ก็มาตั้งตารอดูกันว่าความรู้ใหม่ ๆ จะทำให้ชีวิตของเราง่ายและอย่างไรกันบ้าง

Credit ภาพ : Pixabay.com


Spread the love