Spread the love

1 min read

อัปเดต 32 ประเทศไปง่าย ไม่ง้อวีซ่า ปี 2020

ต้องการมืออาชีพช่วย เขียนบทความหรือเน้นการเขียนบทความคุณภาพสูง รวมถึงปรับแต่งบทความให้เหมาะสมตามรูปแบบธุรกิจและบริการของคุณ เสริมด้วยบริการ เขียนบทความ SEO ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาของเว็บไซต์คุณ ติดต่อตอนนี้ได้เลย

ไม่ว่าใครก็คงมีประเทศที่ใฝ่ฝันและอยากออกเดินทางไปตามล่าคว้าฝันด้วยกันทั้งนั้น แต่หลาย ๆ ที่ ความฝันกลับต้องสะดุดลงเพียงเพราะเหตุผลด้านวีซ่า ทำให้ฝันนั้นต้องขยับไกลออกไปอย่างไร้จุดหมายปลายทาง จนบางทีคุณอาจต้องเปลี่ยนเป้าหมายเป็นประเทศที่คนไทยสามารถเดินทางไปได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า ซึ่งในปี 2020 นี้ มีมากถึง 32 ประเทศให้คนไทยได้เลือกสรร และ1 ใน 32 ประเทศนี้จะมีประเทศในฝันของคุณอยู่ไหม ตามไปดูพร้อมกัน

วีซ่า คืออะไร เหตุใดจึงเป็นสิ่งสำคัญในการท่องเที่ยวต่างประเทศ

“วีซ่า” คือเอกสารรับรองและยินยอมให้ผู้ถือหนังสือเดินทางเล่มที่มีวีซ่าติดอยู่สามารถเข้าพำนักยังอีกประเทศเจ้าของวีซ่าได้ ด้วยวัตถุประสงค์ตามประเภทที่ยื่นขอ และระยะเวลาตามที่กำหนด โดยสามารถยื่นขอได้หลายช่องทาง อาทิ ยื่นผ่านสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้อง ยื่นผ่านระบบออนไลน์ (E-Visa) หรือยื่นที่สนามบินปลายทาง (Visa on Arrival) ถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับบรรดานักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

32 ประเทศไม่ต้องขอวีซ่า ปลายทางของนักเดินทางสายชิล ที่ไม่ชอบความวุ่นวายด้านเอกสาร

ในปี 2020 นี้ จำนวนประเทศที่ผู้ถือพาสปอร์ตไทยสามารถเดินทางเข้าได้โดยไม่ต้องมีวีซ่านั้น ยังคงเป็น 32 ประเทศเช่นเดียวกันกับปี 2019 ที่ผ่านมา ถือเป็นโอกาสอันดีที่คนไทยจะได้ออกเดินทางไปเรียนรู้ และสั่งสมประสบการณ์มากขึ้น และยังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับทั้ง 32 ประเทศนี้ ประกอบด้วยประเทศดังต่อไปนี้

ฟรีวีซ่าไม่เกิน 14 วัน

1.สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: สะพานอูเบ็ง (U Bein Bridge) สะพานไม้สักที่เก่าแก่และยาวที่สุดในโลก

ที่ตั้ง: เมืองมัณฑะเลย์

2.ประเทศบรูไน หรือ เนการาบรูไนดารุสซาลาม

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: มัสยิดทองคำ (Jame’ Asr Hassanil Bolkiah Mosque) ที่ใหญ่และงดงามที่สุดในบรูไน และติด 1 ใน 10 มัสยิดที่สวยที่สุดในโลก

ที่ตั้ง: กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน

3.ราชอาณาจักรกัมพูชา

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: นครวัด (Angkor Wat) และ นครธม (Angkor Thom) โบราณสถานทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถือเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ที่ตั้ง: เมืองเสียมเรียบ

4.ราชอาณาจักรบาห์เรน

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: มัสยิดกลาง (Al Fateh Grand Mosque) เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในบาห์เรน แต่ใหญ่เป็นอันดับที่ 17 ของโลก

ที่ตั้ง: กรุงนามานา

5.สาธารณรัฐไต้หวัน

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: จิ่วเฟิ่น (Jiufen) เมืองเล็ก ๆ ที่คล้ายหมู่บ้านแถบชานเมืองของญี่ปุ่น กลิ่นไอความอบอุ่นของเมืองที่เรียงรายสวยงามอยู่บนเชิงเขาริมทะเล

ที่ตั้ง: นิวไทเป

ฟรีวีซ่าไม่เกิน 15 วัน

1.ประเทศญี่ปุ่น

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: ภูเขาไฟฟูจิ หรือMt. Fuji (Shizuoka/Yamanashi) เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น

ที่ตั้ง: จังหวัดชิซุโอกะ(Shizuoka) และจังหวัดยามานาชิ(Yamanashi)

ฟรีวีซ่าไม่เกิน 30 วัน

1.มณฑลไห่หนาน (ประเทศจีน)

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: วัดหนานซาน (Nanshan Temple) ความงดงามขององค์เจ้าแม่กวนอิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลให้นักท่องเที่ยวตื่นตาตื่นใจกับความงดงามตระการตาของภาพที่เห็นเบื้องหน้า

ที่ตั้ง: เมืองซานย่า

2.ประเทศฮ่องกง

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: วัดแชกงหมิว (Che Kung Temple) หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่าวัดกังหันนำโชค วัดที่ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางมาสักการะบูชา และหมุนกังหันเพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีให้ออกจากชีวิต

ที่ตั้ง: เขตไทเหว่ย (Tai Wai) เกาะเกาลูน (Kowloon)

3.สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo) สวรรค์ของนักเดินเขา หรือผู้ที่ชอบกิจกรรมท้าทาย ด้วยความคุกรุ่นของภูเขาไฟที่ยังไม่มอดดับ สร้างวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา จนผู้คนทั่วโลกปักหมุดให้เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ควรมาเยือน

ที่ตั้ง: อุทยานแห่งชาติโบรโมเทงเกอร์เซเมรู

4.สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: หลวงพระบาง ดินแดนแห่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้วเรียบร้อย ดื่มด่ำวิถีชีวิตแบบพื้นถิ่นที่ใคร ๆ ต่างพากันหลงใหล และกลับมาเยี่ยมเยียนทุกปี

ที่ตั้ง: หลวงพระบาง

5.เขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: ประตูโบสถ์เซนต์ปอล (Ruins of St. Paul’s) ที่ดูผิวเผินเหมือนไปเยือนสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ณ ดินแดนประเทศแถบตะวันตก แลนด์มาร์คสุดฮิตของนักถ่ายรูป

ที่ตั้ง: เขตมาเก๊าเพนนิซูล่า

6.ประเทศมองโกเลีย

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: อนุสาวรีย์เจงกิสข่าน (GENGHIS KHAN STATUE COMPLEX) อนุสาวรีย์ที่สร้างเพื่อระลึกถึงวีรบุรษที่ยิ่งใหญ่ของโลก “เจงกิสข่าน” และเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดของมองโกเลีย

ที่ตั้ง: เมืองอูลาน บาตอร์ (เมืองหลวงของมองโกเลีย)

7.ประเทศมาเลเซีย

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: เกาะสิปาดัน (Sipadan Island) เกาะที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดดำน้ำ 1 ใน 10 ที่สวยที่สุดในโลก ที่ตั้ง: ใจกลางทะเลเซเลเบส อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐซาบาห์

8.สาธารณรัฐมัลดีฟส์

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: Old Friday Mosque มัสยิดแห่งแรกของมัลดีฟส์ อายุกว่า 350 ปี โดยตัวมัสยิดนั้นสร้างจากหินปะการัง ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่บ่งบอกความเป็นมัลดีฟส์ได้อย่างดีเยี่ยม

ที่ตั้ง: เมืองมาเล่ (เมืองหลวงของมัลดีฟส์)

9.สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: เกาะเซบู (Cebu Island) เกาะที่มีธรรมชาติอันสวยงามสมบูรณ์ของฟิลิปปินส์ และน้ำตก Kawasan Falls น้ำตกที่มีสีเทอร์ควอยซ์อันเลื่องชื่อ

ที่ตั้ง: เกาะเซบู

10.รัฐกาตาร์

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: เที่ยวพิพิธภัณฑ์ศิลปะอิสลาม (The Museum of Islamic Art) พิพิธภัณฑ์ศิลปะอิสลามที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เก็บหลักฐานทางประวัติศาสตร์ รวมไปถึงเครื่องประดับตกแต่ง วัสดุเครื่องใช้อันมีค่าของกาตาร์ไว้เป็นจำนวนมาก

ที่ตั้ง: กรุงโดฮา (เมืองหลวงของกาตาร์)

11.สหพันธรัฐรัสเซีย

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: Moscow Kremlin อีกหนึ่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก ภาพตึกและป้อมปราการที่โดดเด่นเป็นสง่าอยู่ใจกลางเมือง

ที่ตั้ง: กรุงมอสโก

12.สาธารณรัฐเซเชลส์

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: หาด Anse Source d’Argent  ชายหาดที่ได้การจัดอันดับจาก National Geographic ว่าเป็นชายหาดที่สวยงามเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก

ที่ตั้ง: เกาะ La Digue

13.สาธารณรัฐสิงคโปร์

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: เมอร์ไลออน (Merlion) แลนด์มาร์คชื่อดังของสิงคโปร์ สัญลักษณ์สิงโตทะเลพ่นน้ำที่ใคร ๆ ก็อยากถ่ายรูปด้วย

ที่ตั้ง: อ่าวมารีน่า

14.สาธารณรัฐแอฟริกาใต้

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: อุทยานแห่งชาติครูเกอร์ มรดกโลกทางธรรมชาติที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก อุทยานที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตสัตว์ป่าได้เด่นชัดที่สุดในแอฟริกา

ที่ตั้ง: เมืองเคปทาวน์

15.สาธารณรัฐตุรกี

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: คัปปาโดเกีย (Cappadocia) เมืองแห่งเทพนิยายที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศใฝ่ฝันจะได้มาเยือนสักครั้ง การขึ้นบอลลูนชื่นชมทัศนียภาพก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวผู้มาเยือนประทับใจ

ที่ตั้ง: เมืองคัปปาโดเกีย

16.สาธารณรัฐวานูอาตู

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: กิจกรรมดำน้ำดูปะการัง และความสมบูรณ์ของท้องทะเลตามหมู่เกาะเล็ก ๆ กว่า 83 เกาะ

ที่ตั้ง: มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ (ที่ตั้งประเทศ)

17.สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: บาน่าฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang) เมืองเล็ก ๆ ที่เป็นสถาปัตยกรรมยุโรปทั้งเมือง บวกกับอากาศที่เย็นสบาย ให้ความรู้สึกเหมือนได้ไปเยือนประเทศแถบยุโรป

ที่ตั้ง: เมืองดานัง

18.สาธารณรัฐคาซัคสถาน

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: มหาวิหารเซนคอฟ (Zenkov Cathedral) วิหารแบบออร์โธดอกซ์ที่สร้างด้วยไม้โดยไม่ใช้ตะปูยึดเลยสักตัวเดียว ถือเป็น 1 ใน 8 ของสถาปัตยกรรมที่ทำจากไม้ที่วิเศษที่สุดในโลก

ที่ตั้ง:เมืองอัลมาตี (Almaty)

ฟรีวีซ่าไม่เกิน 90 วัน

1.สาธารณรัฐเกาหลี

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: เมียงดง (Myoung Dong) แหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของเกาหลีที่มีทุกอย่างให้นักท่องเที่ยวเลือกสรร รวมถึงศูนย์รวมอาหารนานาชนิด เรียกได้ว่าอร่อยครบจบในย่านเดียว

ที่ตั้ง: กรุงโซล

2.สาธารณรัฐอาร์เจนตินา

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: น้ำตกอีกวาซู น้ำตกอันยิ่งใหญ่ที่ตั้งคาบเกี่ยวอยู่ระหว่างสองประเทศอย่างอาร์เจนตินาและบราซิล น้ำตกนี้ถูกขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางธรรมชาติจากยูเนสโก

ที่ตั้ง: อุทยานแห่งชาติอีกัวซู (Iguazu National Park)

3.สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล       

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: รูปปั้นพระเยซู Christ the Redeemer ที่มีขนาดใหญ่จนติดอันดับ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ แลนด์มาร์คที่เห็นกันอยู่บ่อยตามหน้าจอภาพยนตร์ ที่ใคร ๆ ก็อยากเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง

ที่ตั้ง: เมืองริโอ เดอ จาเนโร (Rio de Janeiro)

4.สาธารณรัฐเอกวาดอร์

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: หมู่เกาะกาลาปากอส (Galapagos Islands) สุดยอดแห่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบ มีระบบนิเวศที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงสัตว์ป่าและสัตว์ทะเลที่ได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด

ที่ตั้ง: หมู่เกาะกาลาปากอส (Galapagos Islands)

5.สาธารณรัฐเปรู

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: มาชู ปิกชู (Machu Picchu) ซากปรักหักพักของเมืองโบราณที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนเทือกเขาแอนดีส ทัศนียภาพเบื้องหน้าบวกกับกลิ่นอายทางอารยธรรมที่ยังพอหลงเหลือ สร้างความน่าหลงใหลให้เกิดขึ้นกลางใจได้อย่างน่าประหลาด จึงทำให้มาชู ปิกชู ติดอันดับ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่

ที่ตั้ง: เมืองกุสโก

6.สาธารณรัฐชิลี

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: เกาะอีสเตอร์ (Easter Island) เกาะดังแห่งชิลี สมญานาม “สะดือของโลก” ไฮไลท์ของเกาะคือเหล่าบรรดารูปปั้นโมอาย (Moai) รูปปั้นหินลักษณะคล้ายมนุษย์ จำนวนกว่า 600 ตัวกระจัดกระจายอยู่ทั่วเกาะ ทำให้เกาะแห่งนี้เสมือนแหล่งเรียนรู้ หรือพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดใหญ่ ที่มีขุมทรัพย์ทางอารยธรรมเรียงรายให้ผู้มาเยือนได้ศึกษา

ที่ตั้ง: เกาะอีสเตอร์ (Easter Island)

ฟรีวีซ่าไม่เกิน 180 วัน

1.ประเทศปานามา

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: คลองปานามา (Panama Canal) แลนด์มาร์คทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของปานามา แหล่งการค้าทางทะเลขนาดใหญ่ที่ปัจจุบันการเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ

ที่ตั้ง: จังหวัดชิริกี (Chiriqui)

ฟรีวีซ่าไม่เกิน 365 วัน

1.ประเทศจอร์เจีย

ไฮไลท์ท่องเที่ยว: เมืองถ้ำอัพลิสต์ชิเคห์ (Uplistsikhe Cave Town) เมืองโบราณสำคัญของจอร์เจีย ที่สร้างด้วยการกะเทาะหินให้เป็นโพรง จนกลายเป็นบ้าน และห้องโถงขนาดใหญ่ กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้พบเห็นได้ไม่น้อย

ที่ตั้ง: เมืองอัพลิสต์ชิเคห์ (Uplistsikhe)

สรุป

ทราบกันไปแล้วกับ 32 ประเทศไร้วีซ่าก็เที่ยวได้ ประจำปี 2020 นี้ หวังว่าคงมีชื่อประเทศในฝันของคุณกันอยู่บ้าง โอกาสดี ๆ ที่คุณไม่ควรพลาด เพราะการท่องเที่ยวคือส่วนหนึ่งของการเดินทาง และการเดินทางคือการออกไปเรียนรู้ตำราเล่มใหญ่ที่ชื่อว่า “โลก” ความรู้ที่หาไม่ได้ในห้องเรียน หนังสือ หรือตำราทั่วไป 32 วิชาจาก 32 ประเทศที่มอบความรู้ให้คุณฟรี ๆ รู้แบบนี้แล้วจะรีรออะไร กางแผนที่ ปักหมุด จองตั๋วเครื่องบินก่อนจะหมดปีกันดีกว่า

Photo URL : https://pixabay.com


Spread the love