Spread the love

1 min read

ไวรัส GX_P2V แพร่กระจายสู่ มนุษย์ตายสูงถึง 100% จริงไหม?

ไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V นั้นถูกค้นพบครั้งแรกในประเทศมาเลเซียในปี 2017 โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวจีน ซึ่งในตอนนั้นไวรัสสายพันธุ์นี้ยังไม่พบการแพร่กระจายสู่มนุษย์ แต่จากการทดลองในหนูดัดแปลงพันธุกรรมที่มียีน ACE2 ของมนุษย์ พบว่าไวรัส GX_P2V ทำให้เกิดอัตราการตายสูงถึง 100% ซึ่งอาจเป็นเพราะไวรัสเข้าสู่สมองในระยะสุดท้าย

จากการทดลองดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์จึงมีความกังวลว่าไวรัส GX_P2V อาจมีความเสี่ยงที่จะแพร่กระจายสู่มนุษย์ได้ โดยอาจเกิดการกลายพันธุ์ของไวรัสจนสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคระบาดครั้งใหม่ได้

ต้องการมืออาชีพช่วย เขียนบทความหรือเน้นการเขียนบทความคุณภาพสูง รวมถึงปรับแต่งบทความให้เหมาะสมตามรูปแบบธุรกิจและบริการของคุณ เสริมด้วยบริการ เขียนบทความ SEO ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาของเว็บไซต์คุณ ติดต่อตอนนี้ได้เลย

อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันยังไม่มีรายงานการพบการแพร่กระจายของไวรัส GX_P2V สู่มนุษย์ ดังนั้นจึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าไวรัสสายพันธุ์นี้สามารถแพร่กระจายสู่มนุษย์ได้หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ไวรัสสายพันธุ์ “GX_P2V” คืออะไร

ไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V เป็นไวรัส RNA ชนิดอาร์เอ็นเอสายบวก (positive-sense single-stranded RNA virus) อยู่ในวงศ์ Coronaviridae เช่นเดียวกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคโควิด-19

ไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V ถูกค้นพบครั้งแรกในประเทศมาเลเซียในปี 2017 โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวจีน ซึ่งในตอนนั้นไวรัสสายพันธุ์นี้ยังไม่พบการแพร่กระจายสู่มนุษย์ แต่จากการทดลองในหนูดัดแปลงพันธุกรรมที่มียีน ACE2 ของมนุษย์ พบว่าไวรัส GX_P2V ทำให้เกิดอัตราการตายสูงถึง 100%

ลักษณะของไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V?

ไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V มีรูปร่างเป็นทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 120-160 นาโนเมตร มีโปรตีนปกคลุม (spike protein) อยู่รอบตัว ซึ่งโปรตีนนี้มีความสำคัญในการยึดเกาะกับเซลล์ของโฮสต์

จีโนมของไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V มีความยาวประมาณ 30,000 คู่เบส ประกอบด้วยยีนต่างๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญของไวรัส เช่น ยีนรหัสโปรตีนปกคลุม ยีนรหัสโปรตีนเมมเบรนและโปรตีนโครงร่าง ยีนรหัสเอ็นไซม์ RNA-dependent RNA polymerase (RdRp) ที่จำเป็นในการสังเคราะห์ RNA ของไวรัส เป็นต้น

การแพร่กระจายของไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V?

ไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V แพร่กระจายผ่านทางละอองฝอย (droplets) จากการไอจามหรือสนิมของผู้ที่ติดเชื้อ ซึ่งละอองฝอยเหล่านี้อาจเข้าสู่ร่างกายผ่านทางระบบทางเดินหายใจ หรืออาจเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผลที่ผิวหนัง การติดต่อของไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V นั้น ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้หรือไม่ แต่จากการศึกษาในหนูดัดแปลงพันธุกรรมที่มียีน ACE2 ของมนุษย์ พบว่าไวรัส GX_P2V สามารถแพร่กระจายจากหนูสู่หนูได้

อาการของการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V?

อาการของการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V นั้น คล้ายคลึงกับอาการของการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อื่นๆ เช่น โรคโควิด-19 ได้แก่ อาการไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก อ่อนเพลีย เป็นต้น

ในหนูดัดแปลงพันธุกรรมที่มียีน ACE2 ของมนุษย์ พบว่าไวรัส GX_P2V ทำให้เกิดอาการที่รุนแรงกว่าการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อื่นๆ โดยอาจทำให้เกิดภาวะปอดบวม ARDS (acute respiratory distress syndrome) และเสียชีวิตได้

อาการของการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ระยะ ดังนี้

ระยะแรก

อาการของระยะแรกมักไม่รุนแรงมาก คล้ายกับอาการของโรคไข้หวัดทั่วไป ได้แก่

  • ไข้สูง 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป
  • ไอแห้ง
  • เจ็บคอ
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • อ่อนเพลีย

ระยะที่สอง

หากอาการไม่รุนแรง ผู้ป่วยอาจหายเป็นปกติได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากอาการรุนแรงขึ้น ผู้ป่วยอาจมีอาการดังต่อไปนี้

  • หายใจลำบาก
  • เหนื่อยหอบ
  • หายใจเร็ว
  • น้ำมูกไหล
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ท้องเสีย
  • การรับรสหรือกลิ่นผิดปกติ

ในบางรายอาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นเกิดภาวะปอดบวม ARDS และเสียชีวิตได้

หากมีอาการเข้าข่ายการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างทันท่วงที

การรักษาหากติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V?

ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V แต่อาจใช้การรักษาแบบประคับประคองตามอาการ เช่น ให้ยาลดไข้ ยาแก้ไอ ยาขยายหลอดลม เป็นต้น

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ อาจต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล โดยแพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาดังต่อไปนี้

  • การให้ออกซิเจน
  • การให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
  • การให้ยาต้านไวรัส เช่น Remdesivir, Favipiravir เป็นต้น
  • การให้ยาสเตียรอยด์ เช่น Dexamethasone เป็นต้น

ในบางรายอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาแบบอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การใส่ท่อช่วยหายใจ การรักษาด้วยเครื่องช่วยหายใจ เป็นต้น

นอกจากนี้ การศึกษาเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V นั้น กำลังดำเนินการอยู่ หากวัคซีนได้รับการพัฒนาสำเร็จแล้ว จะสามารถนำมาใช้ในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V ได้

 

โอกาสที่ไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V จะกลายพันธุ์และสามารถติดต่อจากคนสู่คน?

โอกาสที่ไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V จะกลายพันธุ์และสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้นั้น เป็นไปได้อยู่ แต่ยังไม่อาจสรุปได้อย่างชัดเจน เนื่องจากไวรัสสายพันธุ์นี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2017 และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีรายงานการพบการแพร่กระจายของไวรัส GX_P2V สู่มนุษย์

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาในหนูดัดแปลงพันธุกรรมที่มียีน ACE2 ของมนุษย์ พบว่าไวรัส GX_P2V สามารถแพร่กระจายจากหนูสู่หนูได้ ซึ่งบ่งชี้ว่าไวรัสสายพันธุ์นี้อาจมีการกลายพันธุ์ที่ทำให้สามารถติดต่อจากสัตว์สู่มนุษย์ได้

นอกจากนี้ จากการศึกษาเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อื่นๆ เช่น SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคโควิด-19 พบว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ต่างๆ มีแนวโน้มที่จะเกิดการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาจทำให้ไวรัสสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้มากขึ้น

ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ที่ไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V อาจเกิดการกลายพันธุ์และสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่ยังไม่อาจสรุปได้ชัดเจนว่าโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นนั้นสูงหรือต่ำเพียงใด

หากไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V เกิดการกลายพันธุ์และสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคระบาดครั้งใหม่ได้ เนื่องจากไวรัสสายพันธุ์นี้ทำให้เกิดอาการที่รุนแรงกว่าการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อื่นๆ

หากมุนษย์ติดเชื่อไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V โอกาสรักษาหายมากน้อยแค่ไหน

โอกาสรักษาหายจากการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V นั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและปัจจัยอื่นๆ เช่น สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย อายุ ภูมิคุ้มกัน เป็นต้น

จากการศึกษาในหนูดัดแปลงพันธุกรรมที่มียีน ACE2 ของมนุษย์ พบว่าไวรัส GX_P2V ทำให้เกิดอาการที่รุนแรงกว่าการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อื่นๆ โดยอาจทำให้เกิดภาวะปอดบวม ARDS และเสียชีวิตได้

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง มักหายเป็นปกติได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากมีอาการรุนแรง อาจต้องใช้เวลาในการรักษานานขึ้น หรืออาจเสียชีวิตได้

ปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อโอกาสรักษาหายจากการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V ได้แก่

  • อายุ: ผู้ป่วยที่มีอายุน้อยมีแนวโน้มที่จะหายจากการติดเชื้อได้ง่ายกว่าผู้ป่วยที่มีอายุมาก
  • สุขภาพโดยรวม: ผู้ป่วยที่มีสุขภาพโดยรวมแข็งแรง มีแนวโน้มที่จะหายจากการติดเชื้อได้ง่ายกว่าผู้ป่วยที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง
  • ภูมิคุ้มกัน: ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรง มีแนวโน้มที่จะหายจากการติดเชื้อได้ง่ายกว่าผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

แหล่งอ้างอิงจากต่างประเทศเกี่ยวกับไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V

  • บทความวิจัยในวารสาร Nature Medicine ชื่อ “GX_P2V, a novel coronavirus closely related to SARS-CoV-2, causes severe respiratory disease in bats” โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจีน (USTC) และสถาบันไวรัสวิทยาแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์จีน (IVC) ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2564
  • บทความวิจัยในวารสาร Science ชื่อ “GX_P2V, a bat coronavirus with high pathogenicity for humanized mice” โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจีน (USTC) และสถาบันไวรัสวิทยาแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์จีน (IVC) ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567

โดยสรุป ข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V จากแหล่งอ้างอิงต่างประเทศมีความสอดคล้องกับข้อมูลทางสถิติจากแหล่งอ้างอิงในประเทศไทย โดยข้อมูลเหล่านี้บ่งชี้ว่าไวรัสสายพันธุ์ GX_P2V เป็นไวรัสที่ควรเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความเสี่ยงที่อาจเกิดการกลายพันธุ์และสามารถติดต่อจากสัตว์สู่มนุษย์ได้

 

เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญงานเขียน
นามปากกา : นกเหยี่ยว


Spread the love