Spread the love

1 min read

บัตรทอง 30 บาท สำหรับใคร ใช้อย่างไร

บัตรทอง 30 บาท หรือชื่อทางการคือ โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เป็นนโยบายของรัฐบาลไทยที่เริ่มดำเนินการเมื่อปี พ.ศ. 2545 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชนชาวไทย โดยให้สิทธิการรักษาพยาบาลแก่คนไทยทุกคนโดยไม่จำกัดฐานะหรือรายได้ โดยผู้มีสิทธิบัตรทองสามารถเข้ารับบริการทางการแพทย์ในหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารอื่นใดเพิ่มเติม เพียงแค่แสดงบัตรประจำตัวประชาชนใบเดียวเท่านั้น

สิทธิประโยชน์ของบัตรทอง 30 บาทครอบคลุมการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ โดยผู้ป่วยจะต้องจ่ายค่าบริการเพียง 30 บาทต่อครั้ง

สิทธิประโยชน์ของบัตรทอง ครอบคลุมบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่จำเป็น ดังนี้

  • บริการทางการแพทย์ทั่วไป เช่น การรักษาโรคทั่วไป อุบัติเหตุ ฉุกเฉิน
  • บริการทางการแพทย์เฉพาะทาง เช่น โรคเรื้อรัง โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคไตวายเรื้อรัง
  • บริการทันตกรรม
  • บริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
  • บริการป้องกันและควบคุมโรค
  • บริการฟื้นฟูสมรรถภาพ

นอกจากนี้ บัตรทอง 30 บาทยังครอบคลุมบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เช่น การตรวจสุขภาพประจำปี การฉีดวัคซีน การส่งเสริมสุขภาพจิต และการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

ปัจจุบัน บัตรทอง 30 บาทครอบคลุมคนไทยประมาณ 51 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 80 ของประชากรไทย โดยในปี พ.ศ. 2565 รัฐบาลมีแผนที่จะขยายสิทธิประโยชน์ของบัตรทอง 30 บาทให้ครอบคลุมการรักษาโรคมะเร็งและโรคไตวายเรื้อรังเพิ่มเติม

ขั้นตอนการใช้บัตรทอง 30 บาท มีดังนี้

  1. ติดต่อที่หน่วยบริการปฐมภูมิที่เข้ารับการรักษา
  2. แจ้งความจำนงใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพก่อนรับบริการ
  3. แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายที่ทางราชการออกให้ สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี แสดงสำเนาสูติบัตร (ใบเกิด)

หากผู้ใช้บริการไม่สามารถแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายที่ทางราชการออกให้ได้ อาจแสดงหลักฐานอื่น ๆ ที่สามารถยืนยันตัวตนได้ เช่น หนังสือเดินทาง ใบขับขี่ บัตรประจำตัวข้าราชการ บัตรประจำตัวนักเรียน/นักศึกษา เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีขั้นตอนเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ต้องการย้ายหน่วยบริการปฐมภูมิ โดยผู้ใช้บริการจะต้องติดต่อหน่วยบริการปฐมภูมิที่ต้องการย้ายเข้ารับบริการ เพื่อขอเอกสารการย้ายหน่วยบริการ จากนั้นนำเอกสารดังกล่าวไปยื่นที่หน่วยบริการปฐมภูมิเดิมเพื่อขอย้ายหน่วยบริการ

เงื่อนไขสิทธิบัตรทอง 30 บาท มีดังนี้

  • ผู้มีสิทธิ ต้องเป็นคนไทยทุกคนที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ยกเว้นผู้ที่มีสิทธิประกันสังคม หรือผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรข้าราชการหรือสิทธิอื่นๆ จากรัฐ
  • สถานที่รับบริการ สามารถใช้สิทธิบัตรทองได้ที่สถานพยาบาลของรัฐและเอกชนที่เข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
  • ประเภทบริการ ครอบคลุมบริการทางการแพทย์ที่จำเป็น ดังนี้
    • บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค
    • บริการตรวจและรับฝากครรภ์
    • บริการตรวจวินิจฉัยโรค
    • บริการบำบัดและการบริการทางการแพทย์
    • บริการยาเวชภัณฑ์อวัยวะเทียมและอุปกรณ์ทางการแพทย์
    • บริการทำคลอด
    • บริการกินอยู่ในหน่วยบริการ
    • บริการบริบาลทารกแรกเกิด
    • บริการรถพยาบาลหรือ ค่าพาหนะรับส่งผู้ป่วย
    • บริการพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพ
    • บริการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ
    • ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นเพื่อการบริการสาธารณสุขตามที่คณะกรรมการกำหนด

กรณียกเว้น สิทธิบัตรทองไม่ครอบคลุมบริการทางการแพทย์ที่ไม่จำเป็นหรือเกินความจำเป็นทางการแพทย์ ดังนี้

  • การกระทำใดๆ เพื่อความสวยงามโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
  • การตรวจวินิจฉัยและการรักษาใดๆ ที่เกินความจำเป็นจากข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
  • การรักษาที่อยู่ระหว่างการค้นคว้าทดลอง
  • การปลูกถ่ายอวัยวะที่ไม่ปรากฎตามบัญชีหมายเลข 3 แนบท้ายประกาศนี้

ข้อดีของบัตรทอง 30 บาท

  • ช่วยให้คนไทยทุกคนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างเท่าเทียมกัน
  • ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของประชาชน
  • ช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น

ข้อเสียของบัตรทอง 30 บาท

  • ภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาลในการอุดหนุนบัตรทองมีสูง
  • คุณภาพของบริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลของรัฐอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการ
  • อาจมีการแออัดของผู้ป่วยในโรงพยาบาลของรัฐ

สรุป

บัตรทอง 30 บาทเป็นโครงการสำคัญที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชาชนชาวไทย โดยทำให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างเท่าเทียมกัน


Spread the love