Spread the love

1 min read

รังนกการลงทุนที่คุ้มค่าหรือเสี่ยงอันตราย?

รังนก เป็นอาหารอันโอชะที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ได้รับการยกย่องว่าเป็น “อาหารแห่งจักรพรรดิ” มาตั้งแต่สมัยโบราณ และได้รับความนิยมอย่างมากในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศจีน

ด้วยความที่รังนกเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูง แต่ปริมาณมีจำกัด การซื้อขายรังนกจึงกลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการได้เป็นจำนวนมาก

แต่การซื้อขายรังนกก็มาพร้อมกับความเสี่ยงหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงด้านคุณภาพของสินค้า ความเสี่ยงด้านกฎหมาย และความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม

ทำไมต้องเป็นรังของนกนางแอ่น

รังนกนางแอ่นมีส่วนผสมของน้ำลายนกนางแอ่นเพียงอย่างเดียว ไม่มีส่วนผสมของวัสดุอื่นๆ เช่น ใบไม้ เปลือกไม้ หรือมูลสัตว์ ซึ่งอาจเป็นแหล่งสะสมของสารพิษหรือเชื้อโรคได้

นอกจากนี้ รังนกนางแอ่นยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยโปรตีน กรดอะมิโน แคลเซียม และฟอสฟอรัส มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย บำรุงผิวพรรณ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยผ่อนคลายความเครียด

รังนกเป็นรังของนกนางแอ่น

รังนกเป็นรังของนกนางแอ่น เกิดจากการคายเมือกเหนียวออกมาผสมกับขนนกและมูลนก รังนกมีสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน มีลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ เหนียวนุ่ม

รังนกมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยโปรตีน กรดอะมิโน แคลเซียม และฟอสฟอรัส มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย บำรุงผิวพรรณ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยผ่อนคลายความเครียด

ตลาดรังนกมีขนาดใหญ่และเติบโตอย่างต่อเนื่อง มูลค่าตลาดรังนกทั่วโลกในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีจีนเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด

ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกรังนกรายใหญ่ของโลก โดยในปี 2563 ประเทศไทยส่งออกรังนกไปทั่วโลกมูลค่าประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท

สามารถเก็บรังนกนางแอ่นมาขายได้ตลอดปีไหม

รังนกนางแอ่นจะสร้างเฉพาะในช่วงฤดูผสมพันธุ์ของนกนางแอ่นเท่านั้น โดยทั่วไปแล้ว นกนางแอ่นจะสร้างรังในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน รังนกที่เก็บได้ในช่วงนี้จะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและปลอดภัยต่อสุขภาพมากที่สุด

หลังจากนกนางแอ่นวางไข่และฟักลูกจนโตแล้ว นกนางแอ่นจะทิ้งรังไปสร้างรังใหม่ รังนกที่นกนางแอ่นทิ้งไปนี้สามารถนำมาใช้ทำอาหารได้ แต่จะมีคุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัยต่อสุขภาพลดลง

ดังนั้น ระยะเวลาในการเก็บรังนกนางแอ่นมาขายได้จึงประมาณ 4-5 เดือนต่อปี ในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน

ปกติเก็บรังขายกันกี่ครั้งใน 1 ปี

โดยทั่วไปแล้ว รังนกนางแอ่นจะเก็บได้ปีละ 3 ครั้ง ในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน โดยการเก็บรังนกจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงดังนี้

  • ช่วงที่ 1 : เก็บรังนกที่นกนางแอ่นสร้างใหม่ ในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม รังนกที่เก็บได้ในช่วงนี้จะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุด
  • ช่วงที่ 2 : เก็บรังนกที่นกนางแอ่นสร้างเสร็จแล้ว ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม รังนกที่เก็บได้ในช่วงนี้จะมีคุณค่าทางโภชนาการลดลงเล็กน้อย
  • ช่วงที่ 3 : เก็บรังนกที่นกนางแอ่นทิ้งไป ในช่วงเดือนเมษายน รังนกที่เก็บได้ในช่วงนี้จะมีคุณค่าทางโภชนาการลดลงมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม การเก็บรังนกในแต่ละช่วงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและแหล่งอาหารของนกนางแอ่น

ดังนั้น ปกติแล้ว ผู้ประกอบการจะเก็บรังนกนางแอ่นปีละ 3 ครั้ง แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนการเก็บรังนกให้เหมาะสมกับสภาพอากาศและแหล่งอาหารของนกนางแอ่นในพื้นที่นั้นๆ ได้

ปัจจัยที่มีผลต่อราคารังนก

ราคารังนกขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่

  • คุณภาพของรังนก: รังนกที่มีคุณภาพดี มีสีสันสวยงาม เหนียวนุ่ม ไม่มีกลิ่นเหม็น จะมีราคาสูง
  • ขนาดของรังนก: รังนกที่มีขนาดใหญ่ จะมีราคาสูง
  • แหล่งที่มาของรังนก: รังนกจากธรรมชาติ จะมีราคาสูงกว่ารังนกจากฟาร์ม
  • ความต้องการในตลาด: ความต้องการรังนกในตลาดที่สูง จะมีผลทำให้ราคารังนกสูงขึ้น

ความเสี่ยงในการซื้อขายรังนก

การซื้อขายรังนกมีความเสี่ยงหลายประการ ได้แก่

  • ความเสี่ยงด้านคุณภาพของสินค้า: รังนกปลอม หรือรังนกที่มีคุณภาพต่ำ อาจมีการปนเปื้อนสารเคมี หรือสารอันตรายอื่น ๆ
  • ความเสี่ยงด้านกฎหมาย: การซื้อขายรังนกจากธรรมชาติ อาจผิดกฎหมายในบางประเทศ
  • ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม: การทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของนกนางแอ่น อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ

แนวทางการซื้อขายรังนกอย่างปลอดภัย

ผู้ที่ต้องการซื้อขายรังนกควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับรังนกอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถเลือกซื้อรังนกที่มีคุณภาพดีและปลอดภัยต่อสุขภาพ ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และควรตรวจสอบเอกสารรับรองคุณภาพสินค้า

รังนกที่มีคุณภาพดีและปลอดภัยควรมีลักษณะดังนี้

  • สีสันสวยงาม รังนกที่มีคุณภาพดีจะมีสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน มีลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ เหนียวนุ่ม ไม่มีรอยแตกร้าวหรือรอยเปื้อน

  • เหนียวนุ่ม รังนกที่มีคุณภาพดีจะมีความเหนียวนุ่ม ไม่แข็งกระด้างหรือเปราะหักง่าย

  • ไม่มีกลิ่นเหม็น รังนกที่มีคุณภาพดีจะไม่มีกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นแปลกปลอม

  • ไม่มีสิ่งปนเปื้อน รังนกที่มีคุณภาพดีไม่ควรมีสิ่งปนเปื้อน เช่น ขนนก มูลนก หรือสารเคมี

  • ผ่านการรับรองคุณภาพ รังนกที่ผ่านการรับรองคุณภาพจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้จะมีความปลอดภัยต่อสุขภาพมากกว่า

นอกจากนี้ ผู้ซื้อควรเลือกซื้อรังนกจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ผู้ผลิตหรือพ่อค้าคนกลางที่มีชื่อเสียง มีประวัติการซื้อขายที่น่าเชื่อถือ และมีการรับประกันคุณภาพสินค้า

ลักษณะรังนกปลอม เป็นแบบไหน

รังนกปลอมอาจทำมาจากวัสดุต่าง ๆ เช่น กระดาษ เยื่อกระดาษ หรือแป้ง รังนกปลอมมักมีสีสันไม่สม่ำเสมอ มีลักษณะแข็งกระด้างหรือเปราะหักง่าย มีกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นแปลกปลอม และอาจมีการปนเปื้อนสารเคมี

ลักษณะรังนกปลอมที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • สีสันไม่สม่ำเสมอ รังนกแท้จะมีสีสันสม่ำเสมอ มักเป็นสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน รังนกปลอมมักมีสีสันไม่สม่ำเสมอ เช่น มีสีน้ำตาลหรือสีดำ

  • ลักษณะแข็งกระด้างหรือเปราะหักง่าย รังนกแท้จะมีความเหนียวนุ่ม สามารถยืดหยุ่นได้เล็กน้อย รังนกปลอมมักแข็งกระด้างหรือเปราะหักง่าย

  • มีกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นแปลกปลอม รังนกแท้จะไม่มีกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นแปลกปลอม รังนกปลอมมักมีกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นแปลกปลอม เช่น กลิ่นกระดาษ กลิ่นแป้ง หรือกลิ่นสารเคมี

  • อาจมีสิ่งปนเปื้อน รังนกแท้ไม่ควรมีสิ่งปนเปื้อน เช่น ขนนก มูลนก หรือสารเคมี รังนกปลอมอาจมีการปนเปื้อนสิ่งเหล่านี้

การสังเกตลักษณะรังนกปลอม

ผู้ซื้อสามารถสังเกตลักษณะรังนกเพื่อตรวจสอบว่ารังนกนั้นปลอมหรือไม่ได้ ดังนี้

  • ตรวจสอบสีสันของรังนก ควรเป็นสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน

  • ตรวจสอบความเหนียวนุ่มของรังนก ควรมีความเหนียวนุ่ม สามารถยืดหยุ่นได้เล็กน้อย

  • ตรวจสอบกลิ่นของรังนก ควรไม่มีกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นแปลกปลอม

  • ตรวจสอบสิ่งปนเปื้อนในรังนก ควรไม่มีสิ่งปนเปื้อน เช่น ขนนก มูลนก หรือสารเคมี

หากพบรังนกที่มีลักษณะไม่เป็นไปตามที่กล่าวมา ควรหลีกเลี่ยงการซื้อรังนกนั้น เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ

วิธีหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของรังนกปลอม

การตกเป็นเหยื่อของรังนกปลอมอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ดังนั้น ผู้ซื้อควรระมัดระวังในการเลือกซื้อรังนก เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของรังนกปลอม

วิธีหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของรังนกปลอม มีดังนี้

  • เลือกซื้อรังนกจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ผู้ซื้อควรเลือกซื้อรังนกจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ผู้ผลิตหรือพ่อค้าคนกลางที่มีชื่อเสียง มีประวัติการซื้อขายที่น่าเชื่อถือ และมีการรับประกันคุณภาพสินค้า

  • ตรวจสอบลักษณะรังนก

ผู้ซื้อสามารถสังเกตลักษณะรังนกเพื่อตรวจสอบว่ารังนกนั้นปลอมหรือไม่ได้ ดังนี้

* ตรวจสอบสีสันของรังนก ควรเป็นสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน

* ตรวจสอบความเหนียวนุ่มของรังนก ควรมีความเหนียวนุ่ม สามารถยืดหยุ่นได้เล็กน้อย

* ตรวจสอบกลิ่นของรังนก ควรไม่มีกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นแปลกปลอม

* ตรวจสอบสิ่งปนเปื้อนในรังนก ควรไม่มีสิ่งปนเปื้อน เช่น ขนนก มูลนก หรือสารเคมี

หากพบรังนกที่มีลักษณะไม่เป็นไปตามที่กล่าวมา ควรหลีกเลี่ยงการซื้อรังนกนั้น เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ

  • ตรวจสอบเอกสารรับรองคุณภาพสินค้า

รังนกที่มีคุณภาพดีควรมีเอกสารรับรองคุณภาพสินค้าจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)

  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับรังนก ผู้ซื้อสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ผลิตหรือพ่อค้าคนกลาง เพื่อให้มั่นใจว่ารังนกนั้นมีคุณภาพและปลอดภัยต่อสุขภาพ

ข้อควรระวังในการซื้อรังนก

  • ไม่ควรซื้อรังนกที่มีราคาถูกเกินไป เพราะอาจเสี่ยงต่อการเป็นของปลอมหรือมีคุณภาพต่ำ

  • ไม่ควรซื้อรังนกจากแหล่งที่ไม่สามารถตรวจสอบได้

  • ไม่ควรซื้อรังนกที่มีลักษณะไม่เป็นไปตามที่กล่าวมา

  • ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับรังนกอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ

เอกสารรับรองคุณภาพสินค้า

รังนกที่มีคุณภาพดีควรมีเอกสารรับรองคุณภาพสินค้าจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)

แหล่งขายรังนกในประเทศไทย

ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกรังนกรายใหญ่ของโลก มีแหล่งขายรังนกอยู่ทั่วประเทศ ทั้งแหล่งขายปลีกและส่ง

แหล่งขายรังนกปลีก ได้แก่

  • ร้านขายยาจีน
  • ร้านขายสินค้าสุขภาพ
  • ห้างสรรพสินค้า
  • ตลาดนัด
  • ตลาดสด

แหล่งขายรังนกส่ง ได้แก่

  • โรงงานผลิตรังนก
  • พ่อค้าคนกลาง
  • สมาคมผู้ค้ารังนก

ตัวอย่างแหล่งขายรังนกในประเทศไทย

  • ร้านขายยาจีนสยามรังนก
  • ร้านขายสินค้าสุขภาพ KP Pure Bird’s Nest
  • ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น Central, The Mall, Emporium
  • ตลาดนัด เช่น ตลาดนัดจตุจักร, ตลาดนัดรถไฟ
  • ตลาดสด เช่น ตลาดบางลำพู, ตลาดเยาวราช

รังนกนางแอ่นนำไปส่งออกได้ไหม

รังนกนางแอ่นเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย โดยในปี 2564 ประเทศไทยส่งออกรังนกนางแอ่นไปทั่วโลกมูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท คิดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย

ประเทศที่นำเข้ารังนกนางแอ่นจากประเทศไทยมากที่สุด ได้แก่ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา

การส่งออกรังนกนางแอ่นต้องเป็นไปตามมาตรฐานของศุลกากรและมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหารของประเทศปลายทาง โดยรังนกนางแอ่นที่ส่งออกจะต้องผ่านการคัดแยกขนและทำความสะอาดอย่างดี และต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ รังนกนางแอ่นที่ส่งออกยังต้องติดฉลากแสดงแหล่งที่มาและข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็น เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบและเลือกซื้อรังนกนางแอ่นได้อย่างมั่นใจ

ดังนั้น รังนกนางแอ่นจึงสามารถส่งออกได้ โดยต้องเป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

มีขั้นต่ำในการซื้อขายรังนกนางแอ่นไหม

ขั้นต่ำในการซื้อขายรังนกนางแอ่น โดยปกติแล้ว แหล่งซื้อรังนกนางแอ่นแบบสัมปทาน จะมีขั้นต่ำในการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 1 กิโลกรัมขึ้นไป ส่วนแหล่งซื้อรังนกนางแอ่นแบบเลี้ยง จะมีขั้นต่ำในการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 500 กรัมขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม ขั้นต่ำในการซื้อขายรังนกนางแอ่นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละแหล่ง โดยขึ้นอยู่กับปริมาณรังนกนางแอ่นที่แหล่งนั้นๆ มีจำหน่าย หากแหล่งนั้นๆ มีปริมาณรังนกนางแอ่นไม่มากนัก อาจมีขั้นต่ำในการซื้อขายที่สูง เพื่อที่จะควบคุมปริมาณรังนกนางแอ่นที่จำหน่ายออกไป

นอกจากนี้ ขั้นต่ำในการซื้อขายรังนกนางแอ่นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละเกรด โดยปกติแล้ว รังนกนางแอ่นเกรดพรีเมียมจะมีขั้นต่ำในการซื้อขายที่สูงกว่ารังนกนางแอ่นเกรดอื่นๆ

ดังนั้น หากต้องการซื้อขายรังนกนางแอ่น ควรสอบถามข้อมูลขั้นต่ำในการซื้อขายจากแหล่งซื้อรังนกนางแอ่นก่อน เพื่อที่จะไม่เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปซื้อรังนกนางแอ่น

แหล่งซื้อ ขายรังนกนางแอ่นในประเทศไทย

แหล่งซื้อรังนกนางแอ่นในประเทศไทย สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ

  • แหล่งซื้อรังนกนางแอ่นแบบสัมปทาน แหล่งซื้อรังนกนางแอ่นประเภทนี้ ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ตามเกาะแก่งต่างๆ ในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน โดยจะมีบริษัทที่ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการเก็บรังนกนางแอ่นจากธรรมชาติ แหล่งซื้อรังนกนางแอ่นแบบสัมปทานที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย ได้แก่

    • บริษัท รังนกไทย จำกัด ตั้งอยู่ที่เกาะสี่เกาะห้า จังหวัดพัทลุง
    • บริษัท รังนกมหาสมุทร จำกัด ตั้งอยู่ที่เกาะช้าง จังหวัดตราด
    • บริษัท รังนกไทยอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตั้งอยู่ที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  • แหล่งซื้อรังนกนางแอ่นแบบเลี้ยง แหล่งซื้อรังนกนางแอ่นประเภทนี้ ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ตามพื้นที่ชุมชนต่างๆ ในภาคใต้ของประเทศไทย โดยจะมีชาวบ้านที่เลี้ยงนกนางแอ่นไว้เป็นจำนวนมาก แหล่งซื้อรังนกนางแอ่นแบบเลี้ยงที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย ได้แก่

    • จังหวัดนครศรีธรรมราช
    • จังหวัดสุราษฎร์ธานี
    • จังหวัดชุมพร
    • จังหวัดระนอง

สำหรับแหล่งซื้อรังนกนางแอ่นในประเทศไทยที่ระบุได้ชัดเจน มีดังนี้

แหล่งซื้อรังนกนางแอ่นแบบสัมปทาน

  • บริษัท รังนกไทย จำกัด

    • ที่ตั้ง: เกาะสี่เกาะห้า อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง
    • เบอร์โทรศัพท์: 074-891-000
  • บริษัท รังนกมหาสมุทร จำกัด

    • ที่ตั้ง: เกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด
    • เบอร์โทรศัพท์: 039-552-666
  • บริษัท รังนกไทยอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

    • ที่ตั้ง: เกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
    • เบอร์โทรศัพท์: 077-237-000

แหล่งซื้อรังนกนางแอ่นแบบเลี้ยง

  • จังหวัดนครศรีธรรมราช

    • ตลาดโต้รุ่งเมืองปากพนัง อำเภอปากพนัง
    • ตลาดโต้รุ่งเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
  • จังหวัดสุราษฎร์ธานี

    • ตลาดสดเทศบาลเมืองสุราษฎร์ธานี อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี
    • ตลาดน้ำคลองโคน อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี
  • จังหวัดชุมพร

    • ตลาดสดเทศบาลเมืองชุมพร อำเภอเมืองชุมพร
    • ตลาดน้ำท่าตะโก อำเภอท่าตะโก
  • จังหวัดระนอง

    • ตลาดสดเทศบาลเมืองระนอง อำเภอเมืองระนอง
    • ตลาดน้ำคลองน้ำเค็ม อำเภอเมืองระนอง

นอกจากนี้ ยังมีแหล่งซื้อรังนกนางแอ่นในประเทศไทยอีกหลายแห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยส่วนใหญ่จะเป็นร้านขายอาหารจีนหรือร้านขายยาจีน

ลงทุนเป็นคนกลางรับซื้อขายรังนกนางแอ่น

การลงทุนเป็นคนกลางรับซื้อขายรังนกนางแอ่น มีข้อดีและข้อเสียดังนี้

ข้อดี

  • สามารถสร้างกำไรได้สูง เนื่องจากรังนกนางแอ่นเป็นสินค้าที่มีราคาสูง
  • ไม่จำเป็นต้องมีต้นทุนการผลิต เนื่องจากเพียงแค่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการซื้อขาย
  • มีโอกาสเติบโตสูง เนื่องจากตลาดรังนกนางแอ่นมีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง

ข้อเสีย

  • ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนสูง เนื่องจากรังนกนางแอ่นมีราคาสูง
  • ต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ในการคัดแยกเกรดรังนกนางแอ่น
  • ต้องมีเครือข่ายในการซื้อขายรังนกนางแอ่น

โดยสรุปแล้ว หากจะลงทุนเป็นคนกลางรับซื้อขายรังนกนางแอ่น จะต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  • เงินทุน การลงทุนในธุรกิจนี้ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนสูง เนื่องจากรังนกนางแอ่นมีราคาสูง
  • ความรู้และประสบการณ์ จำเป็นต้องมีความรู้และประสบการณ์ในการคัดแยกเกรดรังนกนางแอ่น เพื่อที่จะได้กำไรสูงสุด
  • เครือข่าย ต้องมีเครือข่ายในการซื้อขายรังนกนางแอ่น ทั้งแหล่งซื้อและแหล่งขาย

หากมีปัจจัยเหล่านี้ครบถ้วนแล้ว การลงทุนเป็นคนกลางรับซื้อขายรังนกนางแอ่นก็มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง และสามารถสร้างกำไรได้สูง

เกรดของรังนกนางแอ่นแบ่งออกเป็น 5 เกรดหลักๆ ตามลักษณะของรังนก ดังนี้

เกรดเอ (A)
ลักษณะ สีขาวนวล ละเอียดอ่อน เหนียวนุ่ม และไม่ติดขนนก
ราคา (บาท/กิโลกรัม) 200,000-300,000
เกรดบี (B)
ลักษณะ สีขาวนวล แต่อาจมีขนนกติดบ้างเล็กน้อย
ราคา (บาท/กิโลกรัม)150,000-200,000
เกรดซี (C)
ลักษณะ สีขาวนวล แต่ไม่ละเอียดเท่าเกรดเอและบี อาจมีขนนกติดบ้างมากบ้างน้อยบ้าง
ราคา (บาท/กิโลกรัม) 100,000-150,000
เกรดดี (D)
ลักษณะ สีขาวนวล แต่อาจมีขนนกติดมาก
ราคา (บาท/กิโลกรัม) 80,000-100,000
เกรดอี (E)
ลักษณะ สีขาวนวล มีขนนกติดมาก และอาจมีการปนเปื้อนของสิ่งสกปรกอื่นๆ
ราคา (บาท/กิโลกรัม)50,000-80,000

นอกจากเกรดหลักๆ 5 เกรดนี้แล้ว ยังมีเกรดอื่นๆ ย่อยๆ เพิ่มเติม เช่น รังนกเกรดพรีเมียม (Premium) รังนกเกรดฟูลแพ็ค (Full Pack) รังนกเกรดน็อคดาวน์ (Knockdown) เป็นต้น ซึ่งเกรดเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ขนาดของรังนก ปริมาณของรังนก หรือแหล่งที่มาของรังนก เป็นต้น

ราคาของรังนกนางแอ่นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น คุณภาพของรังนก แหล่งที่มาของรังนก และช่วงเวลาในการซื้อขาย

โดยทั่วไปแล้ว รังนกนางแอ่นที่มีคุณภาพดีจะมีราคาสูง โดยรังนกนางแอ่นเกรดเอจะมีราคาสูงที่สุด รังนกนางแอ่นเกรดบีจะมีราคาปานกลาง และรังนกนางแอ่นเกรดซีจะมีราคาต่ำที่สุด

รังนกนางแอ่นที่มาจากแหล่งธรรมชาติจะมีราคาสูงกว่ารังนกนางแอ่นที่เลี้ยงในโรงเรือน เนื่องจากรังนกนางแอ่นจากธรรมชาติจะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่า

ช่วงเวลาในการซื้อขายรังนกนางแอ่นก็มีผลต่อราคาเช่นกัน โดยรังนกนางแอ่นที่เก็บในช่วงฤดูผสมพันธุ์ของนกนางแอ่นจะมีราคาสูงกว่ารังนกนางแอ่นที่เก็บในช่วงอื่นๆ

จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่า ราคารังนกนางแอ่นเกรดเอในประเทศไทยในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 200,000-300,000 บาทต่อกิโลกรัม โดยราคาจะสูงขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน

เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญงานเขียน
นามปากกา : นกเหยี่ยว


Spread the love
ต้องการบทความคุณภาพเพื่อสร้างความสำเร็จต่อยอดธุรกิจ พร้อมดูแลครบวงจร
ติดต่อทีมงานมาได้เลยทุกช่องทาง!