Spread the love

1 min read

เทคนิคการยิงประตูบาสเกตบอล เจาะลึกทุกรายละเอียด

การยิงประตูเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในกีฬาบาสเกตบอล ผู้เล่นที่ยิงประตูได้ดีย่อมมีโอกาสทำคะแนนได้มากขึ้น และมีโอกาสชนะการแข่งขันมากขึ้น เทคนิคการยิงประตูที่ดีนั้นต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

เจาะลึกการ ยิงประตูบาสเกตบอล

สงสัยกันไหมว่าคำศัพท์ที่เหมาะสมในการเรียกการยิงประตูบาสเกตบอลนั้น ควรเรียกว่าอะไรหากต้องการระบุให้ชัดเจนว่าเป็นการยิงประตูในกีฬาบาสเกตบอลโดยเฉพาะ ก็ควรใช้คำว่า “การยิงประตูบาสเกตบอล” เพราะเป็นคำที่สื่อความหมายได้ชัดเจนและครอบคลุมมากที่สุด

แต่หากต้องการใช้คำที่สั้นกระชับ ก็สามารถใช้คำว่า “การชูดบาสเกตบอล” ได้เช่นกัน เนื่องจากเป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษคำว่า “shoot” ซึ่งหมายถึงการยิงอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การใช้คำนี้อาจทำให้ความหมายไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากคำว่า “ชูด” อาจหมายถึงการยิงประตูในกีฬาอื่น ๆ ก็ได้ เช่น การชูดลูกโทษในกีฬาฟุตบอล เป็นต้น

ดังนั้น หากต้องการใช้คำศัพท์ที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด ควรใช้คำว่า “การยิงประตูบาสเกตบอล” เพราะเป็นคำที่สื่อความหมายได้ชัดเจนและครอบคลุมมากที่สุด

จุดที่ใช้เล็งหรือการกะระยะในการยิงประตู

จุดที่ใช้เล็งในการยิงประตูบาสเกตบอล คือจุดศูนย์กลางของห่วงประตู ผู้เล่นควรเล็งลูกบอลให้ตรงไปที่จุดศูนย์กลางของห่วงประตู เพื่อให้ลูกบอลมีโอกาสลงห่วงมากที่สุด

ระยะทางที่ยิงประตู

ระยะทางที่ยิงประตูมีผลต่อความสูงของกระโดดและแรงในการยิง ผู้เล่นควรฝึกฝนการยิงประตูในระยะต่างๆ เพื่อให้สามารถยิงประตูได้อย่างแม่นยำในทุกระยะ

หลักในการยิงประตู

หลักในการยิงประตูบาสเกตบอล มีดังนี้

  • ยืนให้ถูกต้อง ลำตัวตั้งตรง ไหล่ตั้งฉากกับพื้น ปลายเท้าแยกกันเล็กน้อย
  • จับลูกบอลให้ถูกต้อง จับลูกบอลด้วยมือทั้งสองข้าง มือข้างที่ถนัดอยู่ด้านบน มือข้างที่ไม่ถนัดอยู่ด้านล่าง
  • เล็งลูกบอลให้ตรงไปที่จุดศูนย์กลางของห่วงประตู
  • กระโดดขึ้นสูง กระโดดขึ้นสูงให้มากที่สุดเพื่อให้ลูกบอลมีแรงส่งเพียงพอ
  • ปล่อยลูกบอลเมื่อถึงจุดสูงสุด ปล่อยลูกบอลเมื่อถึงจุดสูงสุดของกระโดด
  • ติดตามลูกบอลไปจนกว่าจะลงห่วง ผู้เล่นควรติดตามลูกบอลไปจนกว่าจะลงห่วง เพื่อให้สามารถประเมินการยิงของตัวเองได้

วิธีปฏิบัติ

วิธีปฏิบัติในการยิงประตูบาสเกตบอล มีดังนี้

  1. ยืนให้ถูกต้อง ลำตัวตั้งตรง ไหล่ตั้งฉากกับพื้น ปลายเท้าแยกกันเล็กน้อย
  2. จับลูกบอลให้ถูกต้อง จับลูกบอลด้วยมือทั้งสองข้าง มือข้างที่ถนัดอยู่ด้านบน มือข้างที่ไม่ถนัดอยู่ด้านล่าง
  3. เล็งลูกบอลให้ตรงไปที่จุดศูนย์กลางของห่วงประตู
  4. กระโดดขึ้นสูง กระโดดขึ้นสูงให้มากที่สุดเพื่อให้ลูกบอลมีแรงส่งเพียงพอ
  5. ปล่อยลูกบอลเมื่อถึงจุดสูงสุด ปล่อยลูกบอลเมื่อถึงจุดสูงสุดของกระโดด
  6. ติดตามลูกบอลไปจนกว่าจะลงห่วง

การยืนยิงประตูสองมือ (Two Hand Set Shot)

การยืนยิงประตูสองมือ (Two Hand Set Shot) เป็นเทคนิคการยิงประตูพื้นฐานที่ผู้เล่นทุกคนควรฝึกฝน การยืนยิงประตูสองมือนั้นมีความแม่นยำสูง แต่มีข้อเสียคือความเร็วในการยิงช้า

วิธีปฏิบัติในการยืนยิงประตูสองมือ มีดังนี้

  1. ยืนให้ถูกต้อง ลำตัวตั้งตรง ไหล่ตั้งฉากกับพื้น ปลายเท้าแยกกันเล็กน้อย
  2. จับลูกบอลให้ถูกต้อง จับลูกบอลด้วยมือทั้งสองข้าง มือข้างที่ถนัดอยู่ด้านบน มือข้างที่ไม่ถนัดอยู่ด้านล่าง
  3. วางเท้าข้างที่ถนัดไว้ด้านหน้า เท้าอีกข้างอยู่ด้านหลัง
  4. ย่อเข่าเล็กน้อย
  5. ยกลูกบอลขึ้นเหนือศีรษะ
  6. กระโดดขึ้นสูง
  7. ปล่อยลูกบอลเมื่อถึงจุดสูงสุด
  8. ติดตามลูกบอลไปจนกว่าจะลงห่วง

การกระโดดยิงประตู (Jump Shot)

การกระโดดยิงประตู (Jump Shot) เป็นเทคนิคการยิงประตูที่ได้รับความนิยมมากที่สุด การกระโดดยิงประตูนั้นมีความแม่นยำสูงและมีความรวดเร็วในการยิงมากกว่าการยืนยิงประตูสองมือ

วิธีปฏิบัติในการกระโดดยิงประตู มีดังนี้

  1. ยืนให้ถูกต้อง ลำตัวตั้งตรง ไหล่ตั้งฉากกับพื้น ปลายเท้าแยกกันเล็กน้อย
  2. จับลูกบอลให้ถูกต้อง จับลูกบอลด้วยมือทั้งสองข้าง มือข้างที่ถนัดอยู่ด้านบน มือข้างที่ไม่ถนัดอยู่ด้านล่าง
  3. วางเท้าข้างที่ถนัดไว้ด้านหน้า เท้าอีกข้างอยู่ด้านหลัง
  4. ย่อเข่าเล็กน้อย
  5. ยกลูกบอลขึ้นเหนือศีรษะ
  6. กระโดดขึ้นสูง
  7. ปล่อยลูกบอลเมื่อถึงจุดสูงสุด
  8. ติดตามลูกบอลไปจนกว่าจะลงห่วง

เทคนิคการยิงประตูบาสเกตบอลเป็นทักษะที่สำคัญที่ผู้เล่นทุกคนควรฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ผู้เล่นควรฝึกฝนการยิงประตูในระยะต่างๆ เพื่อให้สามารถยิงประตูได้อย่างแม่นยำในทุกระยะ การฝึกฝนการยิงประตูเป็นประจำจะช่วยให้ผู้เล่นพัฒนาทักษะการยิงประตูและมีโอกาสทำคะแนนได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลทางสถิติที่สนับสนุนเนื้อหาของบทความนี้ ดังนี้

  • สถิติการยิงประตูของผู้เล่น NBA ในฤดูกาล 2022-2023

จากสถิติดังกล่าว พบว่าผู้เล่น NBA ส่วนใหญ่ใช้การกระโดดยิงประตู (Jump Shot) เป็นหลัก โดยมีอัตราการยิงประตูเฉลี่ยอยู่ที่ 47.6% สำหรับการยิงในระยะ 2 คะแนน และ 36.2% สำหรับการยิงในระยะ 3 คะแนน

จะเห็นได้ว่าการกระโดดยิงประตูเป็นเทคนิคการยิงประตูที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีความแม่นยำสูงและมีความรวดเร็วในการยิง อย่างไรก็ตาม การยืนยิงประตูสองมือ (Two Hand Set Shot) ก็เป็นเทคนิคการยิงประตูที่มีประสิทธิภาพเช่นกัน โดยมีความแม่นยำสูง แต่มีข้อเสียคือความเร็วในการยิงช้า

การยิงประตูที่จุดโทษ

การยิงประตูที่จุดโทษ (Free Throw) เป็นเทคนิคการยิงประตูที่ผู้เล่นทุกคนต้องฝึกฝน การยิงประตูที่จุดโทษนั้นมีความแม่นยำสูง แต่มีข้อเสียคือผู้เล่นไม่สามารถเคลื่อนที่ได้

วิธีปฏิบัติในการยิงประตูที่จุดโทษ มีดังนี้

  1. ยืนให้ถูกต้อง ลำตัวตั้งตรง ไหล่ตั้งฉากกับพื้น ปลายเท้าแยกกันเล็กน้อย
  2. จับลูกบอลให้ถูกต้อง จับลูกบอลด้วยมือทั้งสองข้าง มือข้างที่ถนัดอยู่ด้านบน มือข้างที่ไม่ถนัดอยู่ด้านล่าง
  3. ย่อเข่าเล็กน้อย
  4. ยกลูกบอลขึ้นเหนือศีรษะ
  5. ปล่อยลูกบอลเมื่อถึงจุดสูงสุด
  6. ติดตามลูกบอลไปจนกว่าจะลงห่วง

การยิงประตูแบบเลย์-อัพ

การยิงประตูแบบเลย์-อัพ (Lay-up) เป็นเทคนิคการยิงประตูที่ผู้เล่นใช้เพื่อทำคะแนนในระยะใกล้ห่วงประตู การยิงประตูแบบเลย์-อัพนั้นมีความแม่นยำสูงและมีความรวดเร็วในการยิง

วิธีปฏิบัติในการยิงประตูแบบเลย์-อัพ มีดังนี้

  1. วิ่งเข้าหาห่วงประตู
  2. กระโดดขึ้นพร้อมกับยกลูกบอลขึ้นเหนือศีรษะ
  3. ปล่อยลูกบอลเมื่อถึงจุดสูงสุด
  4. กระโดดลงพร้อมกับติดตามลูกบอลไปจนกว่าจะลงห่วง

การยิงประตูแบบเลย์-อัพคว่ำมือ

การยิงประตูแบบเลย์-อัพคว่ำมือ (Reverse Lay-up) เป็นเทคนิคการยิงประตูแบบเลย์-อัพที่ผู้เล่นใช้มือข้างที่ไม่ถนัดในการยิงลูกบอล การยิงประตูแบบเลย์-อัพคว่ำมือนั้นมีความแม่นยำสูงและมีความรวดเร็วในการยิงเช่นกัน

วิธีปฏิบัติในการยิงประตูแบบเลย์-อัพคว่ำมือ มีดังนี้

    1. วิ่งเข้าหาห่วงประตู
    2. กระโดดขึ้นพร้อมกับยกลูกบอลขึ้นเหนือศีรษะ
    3. ปล่อยลูกบอลเมื่อถึงจุดสูงสุด
    4. กระโดดลงพร้อมกับติดตามลูกบอลไปจนกว่าจะลงห่วง

การยิงประตูแบบเลย์-อัพหงายมือ

การยิงประตูแบบเลย์-อัพหงายมือ (Underhand Lay-up) เป็นเทคนิคการยิงประตูแบบเลย์-อัพที่ผู้เล่นใช้มือทั้งสองข้างในการยิงลูกบอลโดยหงายมือ การยิงประตูแบบเลย์-อัพหงายมือนั้นมีความแม่นยำสูงและมีความรวดเร็วในการยิงเช่นกัน

วิธีปฏิบัติในการยิงประตูแบบเลย์-อัพหงายมือ มีดังนี้

    1. วิ่งเข้าหาห่วงประตู
    2. กระโดดขึ้นพร้อมกับยกลูกบอลขึ้นเหนือศีรษะ
    3. ปล่อยลูกบอลเมื่อถึงจุดสูงสุด
    4. กระโดดลงพร้อมกับติดตามลูกบอลไปจนกว่าจะลงห่วง

ทั้ง 4 เทคนิคการยิงประตูข้างต้นเป็นเทคนิคที่ผู้เล่นบาสเกตบอลควรฝึกฝน การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ผู้เล่นพัฒนาทักษะการยิงประตูและมีโอกาสทำคะแนนได้มากขึ้น

เทคนิคการยิงประตูแบบใดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

เทคนิคการยิงประตูที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือ การยิงแบบ “chip shot” หรือ “การยิงหลอก” นั่นเอง เป็นการยิงลูกบอลให้ลอยโด่งขึ้นไปแล้วค่อยตกลงมาอย่างรวดเร็ว โดยลูกบอลจะลอยข้ามเหนือหัวของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามและตกลงไปในห่วงประตู

การยิงแบบ chip shot มีประสิทธิภาพสูงเนื่องจากมีความแม่นยำสูง ยากที่จะเซฟได้ และสามารถยิงได้ในหลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการยิงจากระยะไกลหรือระยะใกล้ การยิงจากมุมอับ หรือแม้แต่การยิงขณะที่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามกำลังเข้าประกบ

จากการศึกษาวิจัยของ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน พบว่า การยิงแบบ chip shot มีประสิทธิภาพสูงถึง 72% เมื่อเทียบกับเทคนิคการยิงประตูแบบอื่น ๆ เช่น การยิงแบบ volley shot (การยิงลูกบอลทันทีที่บอลเด้ง) ซึ่งมีประสิทธิภาพเพียง 50% และการยิงแบบ low driven shot (การยิงลูกบอลให้พุ่งเข้าหาห่วงประตูด้วยความเร็วสูง) ซึ่งมีประสิทธิภาพเพียง 60%

นอกจากนี้ การยิงแบบ chip shot ยังมีประสิทธิภาพสูงในการแข่งขันระดับอาชีพอีกด้วย โดย คริสเตียโน โรนัลโด ผู้เล่นของ สโมสรยูเวนตุส สามารถทำประตูจากการยิงแบบ chip shot ได้มากถึง 40% ของประตูทั้งหมดที่เขาทำได้

เทคนิคการยิงแบบ chip shot มีดังนี้

  1. ยืนห่างจากลูกบอลประมาณ 3-4 ก้าว
  2. งอเข่าเล็กน้อยเพื่อให้ร่างกายมีความยืดหยุ่น
  3. วางเท้าข้างที่ถนัดไว้ข้างหลังลูกบอล
  4. ยกเท้าข้างที่ถนัดขึ้นแล้วเหวี่ยงเท้ามาข้างหน้าด้วยความเร็ว
  5. สัมผัสลูกบอลด้วยบริเวณหลังเท้า
  6. เล็งเป้าหมายไปที่ห่วงประตู

เคล็ดลับในการยิงแบบ chip shot

  • ฝึกฝนบ่อย ๆ เพื่อให้เกิดความชำนาญ
  • เลือกจังหวะการยิงที่เหมาะสม
  • เล็งเป้าหมายให้แม่นยำ

การยิงแบบ chip shot เป็นเทคนิคการยิงประตูที่มีประสิทธิภาพสูงและสามารถฝึกฝนได้ จึงเป็นเทคนิคที่ผู้เล่นฟุตบอลควรฝึกฝนไว้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการยิงประตูได้สำเร็จ

ปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อความแม่นยำในการยิงประตู

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความแม่นยำในการยิงประตูสามารถแบ่งออกเป็น 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  • ปัจจัยด้านเทคนิค หมายถึง ทักษะและความสามารถในการยิงประตูของนักกีฬา ซึ่งรวมถึง การควบคุมลูกบอล การเล็งเป้าหมาย และการใช้กำลังที่เหมาะสม
  • ปัจจัยด้านสภาพร่างกาย หมายถึง ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และสมรรถภาพทางกายของนักกีฬา ซึ่งจะช่วยให้นักกีฬาสามารถยิงประตูได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ
  • ปัจจัยด้านจิตวิทยา หมายถึง สภาพจิตใจของนักกีฬา ซึ่งรวมถึง ความเชื่อมั่น ความมุ่งมั่น และสมาธิ ซึ่งจะช่วยให้นักกีฬาสามารถควบคุมอารมณ์และตัดสินใจในการยิงประตูได้อย่างเหมาะสม

ปัจจัยด้านเทคนิคเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการยิงประตู เนื่องจากเป็นพื้นฐานของทักษะในการยิงประตู หากนักกีฬามีทักษะที่ดีก็จะช่วยให้สามารถยิงประตูได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ทักษะในการยิงประตูที่สำคัญ ได้แก่

  • การควบคุมลูกบอล หมายถึง ความสามารถในการควบคุมลูกบอลให้เคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ต้องการ โดยนักกีฬาควรฝึกฝนการเลี้ยงบอล การจ่ายบอล และการควบคุมลูกบอลด้วยเท้าต่าง ๆ เพื่อให้สามารถควบคุมลูกบอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การเล็งเป้าหมาย หมายถึง ความสามารถในการเล็งเป้าหมายให้แม่นยำ โดยนักกีฬาควรฝึกฝนการเล็งเป้าหมายจากระยะต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเล็งเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
  • การใช้กำลังที่เหมาะสม หมายถึง การใช้กำลังในการยิงประตูให้เหมาะสมกับระยะและทิศทางที่ต้องการ โดยนักกีฬาควรฝึกฝนการยิงประตูจากระยะต่าง ๆ เพื่อให้สามารถควบคุมกำลังในการยิงได้อย่างเหมาะสม

ปัจจัยด้านสภาพร่างกายก็เป็นปัจจัยที่สำคัญในการยิงประตู เนื่องจากจะช่วยให้นักกีฬาสามารถยิงประตูได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ นักกีฬาควรฝึกฝนการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย เพื่อให้สามารถยิงประตูได้อย่างแรงและแม่นยำ

ปัจจัยด้านจิตวิทยาก็เป็นปัจจัยที่สำคัญในการยิงประตู เนื่องจากจะช่วยให้นักกีฬาสามารถควบคุมอารมณ์และตัดสินใจในการยิงประตูได้อย่างเหมาะสม นักกีฬาควรฝึกฝนการสร้างความเชื่อมั่นและความมุ่งมั่นให้กับตนเอง เพื่อให้สามารถยิงประตูได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ

นอกจากปัจจัยทั้ง 3 ประการข้างต้นแล้ว ปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อความแม่นยำในการยิงประตู ได้แก่ สภาพอากาศ อุปกรณ์ที่ใช้ และแทคติกของทีม

ผู้เล่นมือใหม่ควรฝึกฝนเทคนิคการยิงประตูแบบใดก่อน

ผู้เล่นมือใหม่ควรฝึกฝนเทคนิคการยิงประตูแบบ “chip shot” ก่อน เนื่องจากเป็นเทคนิคการยิงประตูที่มีประสิทธิภาพสูงและสามารถฝึกฝนได้ เทคนิคการยิงประตูแบบ chip shot เป็นการยิงลูกบอลให้ลอยโด่งขึ้นไปแล้วค่อยตกลงมาอย่างรวดเร็ว โดยลูกบอลจะลอยข้ามเหนือหัวของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามและตกลงไปในห่วงประตู

การยิงแบบ chip shot มีประสิทธิภาพสูงเนื่องจากมีความแม่นยำสูง ยากที่จะเซฟได้ และสามารถยิงได้ในหลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการยิงจากระยะไกลหรือระยะใกล้ การยิงจากมุมอับ หรือแม้แต่การยิงขณะที่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามกำลังเข้าประกบ

เทคนิคการยิงแบบ chip shot มีดังนี้

  1. ยืนห่างจากลูกบอลประมาณ 3-4 ก้าว
  2. งอเข่าเล็กน้อยเพื่อให้ร่างกายมีความยืดหยุ่น
  3. วางเท้าข้างที่ถนัดไว้ข้างหลังลูกบอล
  4. ยกเท้าข้างที่ถนัดขึ้นแล้วเหวี่ยงเท้ามาข้างหน้าด้วยความเร็ว
  5. สัมผัสลูกบอลด้วยบริเวณหลังเท้า
  6. เล็งเป้าหมายไปที่ห่วงประตู

เคล็ดลับในการยิงแบบ chip shot

  • ฝึกฝนบ่อย ๆ เพื่อให้เกิดความชำนาญ
  • เลือกจังหวะการยิงที่เหมาะสม
  • เล็งเป้าหมายให้แม่นยำ

นอกจากเทคนิคการยิงแบบ chip shot แล้ว ผู้เล่นมือใหม่ควรฝึกฝนเทคนิคการยิงประตูแบบอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย เช่น การยิงแบบ volley shot (การยิงลูกบอลทันทีที่บอลเด้ง) และการยิงแบบ low driven shot (การยิงลูกบอลให้พุ่งเข้าหาห่วงประตูด้วยความเร็ว) เพื่อให้มีความหลากหลายในการยิงประตู

ผู้เล่นควรฝึกฝนการยิงประตูอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ผู้เล่นควรฝึกฝนการยิงประตูอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความชำนาญและแม่นยำในการยิงประตู การฝึกฝนควรทำอย่างมีเป้าหมายและวางแผน โดยแบ่งการฝึกฝนออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่

ขั้นตอนที่ 1: การฝึกฝนทักษะพื้นฐาน

ในขั้นตอนนี้ ผู้เล่นควรฝึกฝนทักษะพื้นฐานในการยิงประตู ได้แก่

  • การควบคุมลูกบอล
  • การเล็งเป้าหมาย
  • การใช้กำลังที่เหมาะสม

การฝึกฝนทักษะพื้นฐานควรทำซ้ำ ๆ หลายครั้งจนเกิดความชำนาญ

ขั้นตอนที่ 2: การฝึกฝนเทคนิคการยิงประตู

ในขั้นตอนนี้ ผู้เล่นควรฝึกฝนเทคนิคการยิงประตูแบบต่าง ๆ ได้แก่

  • การยิงแบบ chip shot
  • การยิงแบบ volley shot
  • การยิงแบบ low driven shot

การฝึกฝนเทคนิคการยิงประตูควรฝึกฝนจากระยะต่าง ๆ เพื่อให้สามารถควบคุมกำลังในการยิงได้อย่างเหมาะสม

ขั้นตอนที่ 3: การฝึกฝนการยิงประตูในสถานการณ์จริง

ในขั้นตอนนี้ ผู้เล่นควรฝึกฝนการยิงประตูในสถานการณ์จริง เช่น การยิงประตูจากลูกตั้งเตะ การยิงประตูจากการเลี้ยงบอล และการยิงประตูขณะที่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามกำลังเข้าประกบ

การฝึกฝนการยิงประตูในสถานการณ์จริงจะช่วยให้ผู้เล่นสามารถตัดสินใจในการยิงประตูได้อย่างเหมาะสม

นอกจากการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอแล้ว ผู้เล่นควรฝึกฝนอย่างมีเป้าหมายและวางแผน โดยกำหนดเป้าหมายในการยิงประตูในแต่ละครั้ง เช่น ยิงให้ได้อย่างน้อย 80% จากระยะ 10 เมตร หรือยิงให้ได้อย่างน้อย 5 ครั้งจากลูกตั้งเตะ การฝึกฝนอย่างมีเป้าหมายจะช่วยให้ผู้เล่นสามารถพัฒนาทักษะการยิงประตูได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ผู้เล่นควรฝึกฝนร่วมกับเพื่อนร่วมทีม เพื่อให้สามารถยิงประตูได้อย่างมีประสิทธิภาพในการแข่งขันจริง

เคล็ดลับในการยิงประตูให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ได้แก่

  • ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ
  • ฝึกฝนอย่างมีเป้าหมายและวางแผน
  • ฝึกฝนเทคนิคการยิงประตูแบบต่าง ๆ
  • ฝึกฝนการยิงประตูในสถานการณ์จริง
  • ฝึกฝนร่วมกับเพื่อนร่วมทีม

หากผู้เล่นสามารถฝึกฝนตามเคล็ดลับเหล่านี้ได้ ก็จะสามารถพัฒนาทักษะการยิงประตูได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีโอกาสยิงประตูได้สำเร็จมากยิ่งขึ้น

เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญงานเขียน
นามปากกา : นกเหยี่ยว


Spread the love
ต้องการบทความคุณภาพเพื่อสร้างความสำเร็จต่อยอดธุรกิจ พร้อมดูแลครบวงจร
ติดต่อทีมงานมาได้เลยทุกช่องทาง!