8 เทคนิคพื้นฐานที่ต้องจำให้แม่น ถ้าอยากเขียนคำอธิบายสินค้าของคุณให้ปัง

ทุกครั้งที่มีคนค้นเจอเว็บไซต์ เจอ Sale page หรือร้านค้าของคุณบน Market Place ต่าง ๆ ถือว่าคุณมีโอกาสปิดการขายได้ 50% แล้ว เพราะพวกเขาพร้อมจะจ่ายเงินซื้อในทันทีหากถูกใจในสินค้านั้น “ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุด ก็คือทำให้พวกเขาคลิกสั่งซื้อ” แล้วจะทำให้เกิดขึ้นได้อย่างไร คำตอบของเรื่องนี้ก็คือ “คำอธิบายสินค้า” นั่นเอง

นั่นจึงหมายความว่า “คำอธิบายสินค้า” เป็นสิ่งสำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งของร้านค้าออนไลน์ ที่จะใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างดี

แม้ว่าเป็นส่วนที่สำคัญ แต่…การเขียนให้โดนใจลูกค้า ก็เป็นสิ่งที่เขียนยากที่สุดด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีรายการสินค้าจำนวนมากที่รวมไว้ในหน้าเดียว (Sale page)

หลายคนที่อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะเริ่มสนใจ บางคนเริ่มท้อ หรือเริ่มทบทวนในสิ่งที่ตัวเองเขียนไป และเริ่มจะอยากรู้แล้วว่าการเขียนคำอธิบายสินค้าที่ดีต้องทำอย่างไร ข่าวดีคือ ข้อมูลด้านล่างนี้เป็นเทคนิคง่าย ๆ 8 ข้อ ที่เราทำแล้วได้ผลจริง และอยากนำมาบอกต่อกับทุกคน

วิธีเขียนคำอธิบายสินค้า ให้ได้ผลลัพธ์จริง ยอดขายปัง

1.รู้จักกลุ่มเป้าหมายที่จะเป็นลูกค้าของคุณ

นับว่าเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก ที่จะกำหนดทิศทางของคำอธิบายสินค้าของคุณไม่ให้หลงทาง การกำหนดกลุ่มเป้าหมายจะช่วยให้คุณดึงจุดเด่นของสินค้ามานำเสนอ เพื่อมัดใจพวกเขาได้ ซึ่งเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มเป้าหมายนั้น ๆ เพื่อจะได้เข้าใจว่าจุดเด่นใดของสินค้าคุณที่จะมีคุณค่ามากที่สุดสำหรับพวกเขา

หากคุณยังนึกไม่ออกว่าจะกำหนดกลุ่มเป้าหมายอย่างไร ลองใช้ไอเดียเหล่านี้ร่วมด้วยก็ได้

  • พวกเขาเข้ามาที่ร้านค้าออนไลน์ของคุณได้อย่างไร?
  • พวกเขามีความสนใจเรื่องอะไรในชีวิตประจำวัน หรือเรื่องทั่ว ๆ ไป
  • ทำไมพวกเขาถึงสนใจร้านค้าของคุณเป็นพิเศษ
  • พวกเขาจะบอกเล่าสินค้าของคุณสู่เพื่อน ๆ อย่างไร
  • คุณสมบัติ หรือความพิเศษใด ๆ ของสินค้า ที่พวกเขาจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ

เพียงคำนึงถึงคำถามเหล่านี้ คุณก็จะสามารถเขียนคำอธิบายสินค้าได้ดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

ตัวอย่างการเขียน : ผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศ Pure Air+ (แบรนด์สมมุติ)

“เครื่องฟอกอากาศ Pure Air+ รุ่น 800ismart เครื่องฟอกอากาศขนาดเล็กที่สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้ รวมถึงแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ขนสัตว์ ละอองเกสรต่าง ๆ ได้ 100% สิ่งรบกวนอันตรายเหล่านี้ตาคุณมองไม่เห็น แต่รับรองว่าเครื่องกรองอากาศเรามองเห็นทุกอณู

คืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับห้องของคุณ เหนือระดับด้วยเทคโนโลยีทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศได้แบบอัตโนมัติ ลดขั้นตอนการถอดล้าง หรือเปลี่ยนแผ่นกรองใหม่ อัจฉริยะกว่าด้วยการสั่งงานผ่านแอปพลิเคชัน โดยผ่านเชื่อมต่อได้กับสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ตัวเครื่องมีขนาดเล็กและบาง มาพร้อมกับดีไซน์ทันสมัยที่ใช้ตกแต่งบ้านของคุณได้อย่างลงตัว กินไฟต่ำสำหรับการทำงาน 8 ชั่วโมง เฉลี่ยวันละ 1 บาท เท่านั้น มีระบบตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อมีความผิดปกติ แจ้งเตือนการทำงานผิดปกติได้ทันที มีโหมดนอนหลับ และฟังก์ชันล็อคเด็ก”

จากตัวอย่างนี้…คุณจะเห็นว่าเครื่องฟอกอากาศนี้ไม่ได้ตอบโจทย์แค่เรื่องของอากาศบริสุทธิ์เท่านั้น แต่ยังมีความสะดวกในการดูแลรักษาและการสั่งงาน รวมถึงไม่เกะกะในการวางในห้องอีกด้วย ซึ่งจุดนี้จะนำไปสู่เทคนิคการเขียนข้อที่ 2 ได้อย่างดี

2.โฟกัสไปที่คุณสมบัติหลักที่เป็นประโยชน์ของสินค้า

ในฐานะเจ้าของธุรกิจ คุณจะต้องตื่นเต้นและภูมิใจที่จะนำเสนอทุกคุณสมบัติ ทุกข้อดี ทุกข้อมูลเชิงเทคนิคของสินค้าแก่โลกใบนี้ แต่กับผู้ซื้อ พวกเขากลับไม่รู้สึกอย่างนั้น…

พวกเขาแค่ต้องการรู้ว่า “สินค้านี้จะมีประโยชน์ต่อพวกอย่างไร และสินค้านี้จะทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง” ถ้าคุณจับ 2 จุดนี้ได้ ก็มีชัยไปแล้วครึ่งหนึ่ง

ถ้าคุณลองย้อนกลับไปดูตัวอย่างการเขียน ผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศ Pure Air+ คุณจะพบว่า…

  • ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต และจัดการเรื่องฝุ่น PM2.5 เครื่องกรองอากาศรุ่นนี้สามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ ซึ่งเป็นปัญหามลพิษที่กวนใจทุกคนในทุก ๆ ฤดูหนาว และยังคงกรองเชื้อโรค และสิ่งสกปรกอื่น ๆ ได้ตามปกติของคุณสมบัติเครื่องกรองอากาศที่ต้องมี
  • ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องดูแลรักษา คุณไม่ต้องถอดล้างหรือเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศ (Filter) เพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้แผ่นกรองอากาศแบบถาวร ทำความสะอาดตัวเองได้ ไม่ต้องเปลี่ยน ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเติม และกินไฟแค่วันละ 1 บาทเท่านั้น
  • อำนวยความสะดวกสบายต่อการใช้งาน ตัวเครื่องสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันได้ รองรับทั้ง iOS และ Android ที่เป็นระบบปฏิบัติการณ์ยอดนิยมในไทยขณะนี้ ทำให้คุณจะเปิด-ปิดล่วงหน้า หรือดูสถานต่าง ๆ ได้จากสมาร์ทโฟน โดยไม่ต้องลุกไปที่ตัวเครื่อง มีโหมดนอนหลับที่ตัวเครื่องจะทำงานเงียบลง
  • ขนาดที่ไม่กินพื้นที่ หลายคนอาจมีห้องขนาดเล็ก แต่ตัวเครื่องที่บางและมีรูปแบบทันสมัย ทำให้ไม่กินพื้นที่ แถมเป็นอุปกรณ์แต่งบ้านได้ในตัว
  • มีฟังก์ชันความปลอดภัย ทั้งการตัดการทำงาน การแจ้งเตือนต่าง ๆ และล็อคป้องกันเด็ก

เนื้อหาของคำอธิบายสินค้าที่ดีต้องสามารถโน้มน้าวให้ผู้ซื้อมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ หรือช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขาได้อย่างชัดเจน และก่อนที่คุณจะลงมือเขียนคำอธิบายสินค้า ขอให้แนะนำให้คุณลิสต์คุณสมบัติและประโยชน์ทั้งหมดออกมาก่อน แล้วลองดูว่ารายการที่ลิสต์มานั้นจะช่วยเพิ่มความพึงพอใจ หรือช่วยลูกค้าแก้ปัญหาได้อย่างไรบ้าง เช่น

  • กรองฝุ่น PM 2.5 และเชื้อโรคต่าง ๆ ได้
  • ไม่ต้องเปลี่ยนหรือล้างฟิลเตอร์
  • สั่งงานผ่านมือถือได้
  • ขนาดเล็ก
  • มีระบบความปลอดภัย

การลิสต์คุณสมบัติให้เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้อเช่นนี้ จะช่วยให้คุณเขียนคำอธิบายสินค้าที่โน้มน้าวใจได้มากขึ้น เขียนได้ไวขึ้น และช่วยให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้เร็วขึ้น

3.บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดของสินค้าอย่างจริงใจ

การเขียนคำอธิบายสินค้าที่ดี ต้องให้รายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อโน้มน้าวให้ผู้ซื้อเห็นประโยชน์ให้ได้ ก่อนจะปล่อยหมัดน็อคอีกครั้งด้วยการกระตุ้นด้วยอารมณ์ร่วมกับสินค้า คุณเชื่อไหมว่าคนส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อสินค้าด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล

ถ้าสินค้าคุณเป็นเครื่องฟอกอากาศ คุณจะเขียนกระตุ้นอารมณ์อย่างไรดี? ลองดูตัวอย่างเหล่านี้

  1. ตอบแทนตนเอง ทำงานหนักมาทั้งวัน หากต้องพักผ่อน ก็ควรพักในห้องที่มีอากาศบริสุทธิ์ เพื่อให้คุณได้หลับสบาย ตื่นเช้ามาพบกับวันใหม่ที่สดใส เพื่อให้สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
  2. ดูแลคนอื่น ปกป้องคนที่คุณรัก ปกป้องลูกน้อย ปกป้องครอบครัว ด้วยเครื่องฟอกอากาศของเรา ที่ช่วยมอบอากาศบริสุทธิ์ให้กับพวกเขาได้ ไม่มีสิ่งใดจะดีไปกว่าอากาศในบ้านที่บริสุทธิ์ ในครอบครัวแสนอบอุ่นอีกแล้ว
  3. เพื่อความก้าวหน้า เพื่อความสัมพันธ์ มอบอากาศบริสุทธิ์ให้เป็นของขวัญแทนใจกับคนสำคัญของคุณ ของขวัญที่สื่อความหมายแทนใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ ใช้ประโยชน์ได้จริง มองเห็นเมื่อไรก็จะนึกถึงแต่หน้าคุณ

การมีประโยชน์เรื่องราวสั้น ๆ ในคำอธิบายสินค้า จะมีส่วนช่วยในการโน้มน้าวในเรื่องของอารมณ์ผู้ซื้อได้ นี่คืออีกเคล็ดลับสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนคนที่มีโอกาสจะซื้อ ให้เป็นผู้ซื้อสินค้าคุณได้

อีกเทคนิคที่สามารถใช้ได้เมื่อต้องเขียนคำอธิบายสินค้า ให้พยายามบอกกล่าวและตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้

  1. ใครเป็นผู้ผลิตสินค้านี้
  2. อะไรเป็นแรงบันดาลใจในการผลิตสินค้านี้
  3. เส้นทางที่เกิดขึ้นของการสร้างผลิตภัณฑ์
  4. สินค้านี้จะมอบความเปลี่ยนแปลงให้กับผู้ซื้อได้อย่างไร เมื่อเทียบกับตอนที่ไม่มีสินค้านี้ในชีวิต

การเขียนคำอธิบายสินค้าในลักษณะที่ใช้อารมณ์ร่วมด้วย จะทำให้ผู้ซื้อมองเห็นผลิตภัณฑ์ในมุมที่ข้อมูลเฉพาะหรือคุณสมบัติทำไม่ได้ ซึ่งหากคุณสามารถพิชิตเป้าหมายทำให้ผู้ซื้อมีอารมณ์ร่วมได้ ชัยชนะที่หมายถึงการสั่งซื้อจะตกเป็นของคุณ

4.เลือกใช้การเขียน ด้วย Mood & Tone ที่เป็นกันเองและเป็นธรรมชาติ

หลังจากที่คุณเขียนคำอธิบายเสร็จแล้วให้ลองอ่านทบทวนอีกครั้ง โดยเลือกเป็นการอ่านออกเสียง แล้วลองดูว่าบทความที่คุณเขียนไว้ “เป็นเหมือนบทสนทนากับเพื่อน” หรือ “เป็นประโยคที่ดูเหมือนคอมพิวเตอร์สร้างขึ้น”

หากคำอธิบายสินค้าของคุณไม่ใช่บรรยากาศการพูดคุยระหว่างเพื่อนฝูง ถึงเวลาต้องเปลี่ยนบรรยากาศนั้นแล้วละ เพราะการเล่าเรื่องด้วยโทนการเขียนที่เป็นธรรมชาติและเป็นกันเอง จะช่วยให้ลูกค้าของคุณเข้าถึงแบรนด์ได้ดีขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณกำลังจะขายสินค้าแฟชั่นผู้หญิง การเล่าเรื่องด้วยภาษาแบบสาว ๆ คุยกัน ย่อมทำให้แบรนด์เข้าถึงได้ง่ายกว่าการเล่าว่าสินค้าของคุณดีอย่างดี เด่นอย่างไร ที่เป็นเหมือนการโอ้อวดเสียมากกว่าการคุยกับเพื่อนในชีวิตจริง

การเล่าเรื่องแบบเป็นธรรมชาติและเป็นกันเอง จะทำให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย สร้างความผูกพัน และเกิดความไว้วางใจจนรู้สึกสนิทกับแบรนด์ได้มากกว่าการนำเสนอข้อมูลที่เป็นทางการเกินไป หากคุณนึกภาพไม่ออก ให้นึกถึงการโต้ตอบของแอดมิน KFC บน Facebook ที่สร้างไวรัลได้เป็นอย่างดี

5.เลือกใช้คำที่แสดงพลัง ที่ช่วยกระตุ้นอารมณ์เพื่อปิดการขาย

คุณเชื่อไหม มีคำและประโยคบางอย่าง ที่สามารถอ่านแล้วกระตุ้นอารมณ์ผู้ซื้อได้ทันที และนี่คือการตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติของสมองมนุษย์ด้วย คำบางคำแม้จะไม่ได้มีความหมายตรงตัวในประโยค แต่กลับช่วยดึงอารมณ์ร่วมของผู้ซื้อให้อินไปกับบทความได้อย่างดี

ยกตัวอย่างเช่น

“ลิปสติก Love Me เนื้อแมตท์ ติดทนที่ริมฝีปากคุณ ติดใจทุกครั้งที่มีคนมอง”
“รองเท้า New World รองเท้าที่รองรับอนาคตให้ผู้สวมใส่ ดูดีทุกอย่างก้าว ดุจเดินอยู่บนรันเวย์แห่งความสำเร็จ”
“เพราะเวลาย้อนกลับไม่ได้” C Watch นาฬิกาที่จะทำให้ทุกวินาทีของชีวิตคุณ มีแต่เรื่องคุ้มค่า”

การมีคำโปรยที่ดี ย่อมทำให้ผู้ซื้อรู้สึกตื่นเต้น อยากค้นหาต่อ และเกิดการโน้มน้าวผู้ซื้อได้ในที่สุด

6.ทำให้ภาพรวมง่ายต่อการมองแล้วเข้าใจได้ทันที

มีงานวิจัยที่มีผลทดลองสรุปไว้ว่า “ผู้คนจะให้เวลาในการอ่านข้อความตรงหน้าเพียง 16%” ของภาพรวมข้อความนั้น นั่นหมายความว่า คุณต้องจัดรูปแบบ หรือทำการสรุปข้อมูลจุดเด่นของสินค้า ให้ย่อยออกมาจนผู้ซื้ออ่านได้ง่าย ๆ เพียงแค่กวาดสายตา โดยมีเทคนิคดังนี้

  1. ต้องทำให้คำอธิบายสินค้านั้น ๆ มี Bullet point
  2. มีคำอธิบายสั้น ๆ โดยใช้ภาษาดึงดูดได้ดี
  3. ให้เว้นพื้นที่ว่างสำหรับข้อความชุดนี้
  4. เพิ่มขนาดตัวอักษรให้ใหญ่เป็นพิเศษ

ตัวอย่าง…..

7.ต้องไม่ลืมเรื่อง SEO (Search engine optimization)

สำหรับช่องทางการขายออนไลน์แล้ว เรื่องความเข้าใจในการทำ SEO การเขียนบทความเพื่อซัพพอร์ทเรื่อง SEO ยังคงมีความสำคัญมาก ๆ เพราะจะทำให้ผู้คนค้นหาร้านของคุณเจอผ่านเครื่องมือต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ดังนั้นหากคุณอยากเติบโตในการขายออนไลน์จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาเรื่องนี้เป็นอย่างดี สามารถอ่านต่อได้ที่ บทความ seo คืออะไร หากคุณไม่มั่นใจว่าที่ทำอยู่ถึงต้องหรือไม่ หรือทำเองไม่ได้ การจ้างให้มืออาชีพอย่าง เขียนบทความ.com ย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะในส่วนนี้มีรายละเอียดหลายอย่างที่ต้องปรับ แก้ไข อัปเดตกันตลอดเวลา คุณสามารถใช้เงินหลักร้อยเพื่อจัดการเรื่องนี้ผ่านเราได้

8.รูปภาพต้องดี โดดเด่น เห็นแล้วอยากได้สินค้า และต้องมีวิดีโอด้วย

หากคุณทำทั้ง 7 ข้อมาแล้วอย่างดี อย่าสอบตกเพียงเพราะเลือกใช้ภาพที่ไม่ดี มีงานวิจัยเรื่องนี้เช่นกัน ที่ระบุว่า กว่า 63% ของผู้ซื้อ สนใจรูปภาพสินค้าจริง ๆ มากกว่าคำอธิบาย และในยุค 5G ที่กำลังจะมาถึงนี้ การใช้วิดีโอเล่าเรื่องร่วมด้วย ยิ่งสำคัญมาก ๆ

แล้วเคล็ดลับการเลือกภาพถ่ายมาประกอบมีอะไรบ้าง? เรื่องนี้ไม่ยากเลย คุณสามารถถ่ายเอง หรือนำบรีฟนี้ไปให้ช่างภาพมืออาชีพช่วยทำให้ก็ได้

  1. เลือกหรือจัดแสงให้เคลียร์ ถ่ายให้คมชัด อย่าใช้ภาพเบลอ
  2. โชว์จุดเด่นที่คุณลิสต์มาให้ครบ ทำให้ลูกค้าจินตนาการให้ได้ว่านี่คือสินค้าประเภท “มันต้องมี”
  3. ใครที่เป็นมืออาชีพเลือกใช้สินค้าคุณบ้าง ตรงนี้ไม่จำเป็นต้องจ้างมืออาชีพจริง ๆ ก็ได้ หากคุณยังไม่อยากลงทุนเรื่อง PR เพียงเซ็ตสถานการณ์ขึ้นมาก็ได้ เช่น หากจะขายมีด ก็ควรมีภาพเชฟ, จะขายลิปสติก ก็ควรมีภาพหญิงสาวเจ้าแม่แฟชั่น เป็นต้น
  4. เลือกใช้มืออาชีพหากคุณไม่มีทักษะเรื่องถ่ายภาพ หรือวิดีโอ

และทั้งหมดนี้คือ เทคนิค 8 เรื่องพื้นฐานที่ร้านค้าออนไลน์ต้องเข้าใจ เพื่อนำไปใช้ในการเขียนคำอธิบายสินค้าของตัวเอง ซึ่งจริง ๆ แล้วทำได้ไม่ยากเลย


ก่อนจากกัน อย่าลืม!!!

1.สินค้าของคุณช่วยแก้ไขปัญหาอะไรให้ผู้ซื้อ

2.เลือกใช้คำที่แสดงพลัง ช่วยกระตุ้นอารมณ์เพื่อปิดการขาย

3.เล่าที่มาของแบรนด์แล้วหรือยัง

4.สำนวนที่ใช้ คือการพูดกับเพื่อน หรือเป็นหุ่นยนต์อัตโนมัติ

5.รูปภาพที่ใช้ มีจุดเด่นของสินค้าแล้วใช่ไหม

แต่หากคุณไม่มีเวลาหรืออยากได้มืออาชีพในการทำ อย่าลังเลที่จะติดต่อเราทันที
Line OA : @Writerid
Tel : 089 480 4880, 092 247 3486

เครดิตภาพ : https://pixabay.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save