ไขข้อสงสัยทุกคำถามคาใจ เมื่อพนักงานออฟฟิศคิดจะขอสินเชื่อบ้าน

การซื้อบ้านหลังแรกของพนักงานออฟฟิศนับว่าเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิตเลยทีเดียว เพราะทั้งเรื่องการหาทำเล หาโครงการบ้านจัดสรร และการขอสินเชื่อบ้านล้วนเป็นเรื่องใหม่ที่ทำให้มนุษย์เงินเดือนมีคำถามที่ก่อให้เกิดเป็นเรื่องที่วิตกกังวลตามมา ดังนั้นเราจะมาช่วยไขข้อสงสัยที่คาใจเหล่านั้นให้หมดไป เพื่อให้การขอกู้ซื้อบ้านเต็มไปด้วยความเข้าใจ และพร้อมที่จะซื้อบ้านใหม่ให้แก่ตัวเองและครอบครัว

สุดยอดคำถามคาใจ เมื่อพนักงานออฟฟิศคิดจะขอสินเชื่อบ้าน

นอกจากทำเลที่ตั้งหรือการหาโครงการที่อยากอยู่อาศัยแล้ว การขอสินเชื่อบ้านก็เป็นเรื่องใหญ่อีก 1 เรื่อง ที่หลายคนเกิดข้อสงสัยมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าบ้านหลังแรกย่อมทำให้เกิดความสับสนทั้งวิธีการและเอกสารที่ต้องใช้ มาดูกันว่าคำถามที่คนส่วนใหญ่สงสัยกันมีอะไรบ้าง

 1. มีบัตรเครดิตหลายใบ หลักทรัพย์ก็ไม่มีคำประกัน จะกู้ผ่านหรือไม่?

พนักงานออฟฟิศกับบัตรเครดิตหลายใบเป็นของคู่กัน แต่การขอสินเชื่อบ้านนั้น การมีบัตรเครดิตหลายใบทำให้โอกาสในการอนุมัติลดน้อยลง ถึงแม้จะชำระหนี้ตรงตามเวลาก็ตาม เพราะธนาคารจะนำเอายอดหนี้และวงเงินของบัตรทั้งหมดมารวมกัน และวิเคราะห์ว่าคุณมีความสามารถจะชำระค่าผ่อนบ้านได้หรือไม่

ยิ่งไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันด้วยแล้ว หนทางที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อคือ “ลดภาระหนี้บัตรเครดิตให้น้อยลงที่สุด” อาจจะเป็นการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตทั้งหมด ให้เหลือหนี้เพียงก้อนเดียว และเลือกชำระหนี้แบบนำเงินก้อนโปะลงไป เพื่อให้ยอดหนี้คงเหลือน้อยที่สุด ซึ่งจะส่งผลดีให้วงเงินสินเชื่อบ้านเพิ่มสูงขึ้น

และอีกหนึ่งวิธีคือการเลือกซื้อบ้านที่มีอัตราผ่อนไม่เกิน 40% ของเงินเดือนที่หักภาระหนี้สินต่าง ๆ แล้ว จะช่วยให้พนักงานออฟฟิศสามารถบริหารจัดการระบบการเงินได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังแสดงให้ธนาคารได้เห็นถึงศักยภาพในการผ่อนชำระสินเชื่อบ้านด้วย

2. เครดิตการผ่อนชำระหนี้ไม่ดี กู้ซื้อบ้านได้หรือไม่?

สำหรับท่านที่มีเครดิตไม่ดี หรือมีประวัติการผ่อนชำระหนี้สินต่าง ๆ ไม่ตรงตามกำหนด แนะนำว่าให้ชะลอการทำเรื่องสินเชื่อบ้านก่อน เพราะธนาคารจำเป็นจะต้องตรวจสอบประวัติการชำระเงินย้อนหลังจากเครดิตบูโร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รวบรวมข้อมูลด้านการชำระสินเชื่อทุกชนิดของแต่ละบุคคลเอาไว้ ว่ามีศักยภาพและมีวินัยเพียงพอที่จะผ่อนชำระสินเชื่อบ้านได้หรือไม่

ดังนั้นหากทราบว่าเครดิตไม่ดี หรือมีหนี้สินที่ยังชำระไม่ตรงกำหนด ควรจัดการหนี้สินเหล่านั้นให้เรียบร้อย โดยการชำระหนี้เก่าที่ค้างคาไว้หลายงวดให้ครบ และดำเนินการผ่อนชำระต่อไปให้ตรงกำหนด ซึ่งตรงนี้อาจจะต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปี เพื่อปรับเครดิตให้ดีขึ้น แต่จะช่วยให้พนักงานออฟฟิศมีโอกาสที่จะทำเรื่องสินเชื่อบ้านผ่านได้ง่าย

เคยขอสินเชื่อบ้านแล้วแต่ไม่ผ่าน จะขอสินเชื่อซ้ำได้เมื่อไหร่

ธนาคารนั้นไม่ได้กำหนดตายตัวว่าคุณสามารถยื่นเรื่องทำสินเชื่อบ้านได้กี่ครั้ง และที่สำคัญสำหรับผู้ที่ขอสินเชื่อบ้านแล้วไม่ได้รับการอนุมัติ ธนาคารจะให้สิทธิสำหรับการยื่นอุทธรณ์สินเชื่อได้ วิธีการนี้คือการยื่นเอกสารเพิ่มเติมเพื่อให้ธนาคารได้พิจารณาคุณสมบัติใหม่ ว่าสมควรจะอนุมัติสินเชื่อบ้านหรือไม่ โดยการยื่นอุทธรณ์สินเชื่อยกตัวอย่างเช่น

  • ลดภาระหนี้สินลง เป็นการแสดงให้ธนาคารได้เห็นว่าคุณมียอดหนี้รวมลดลง เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และการผ่อนรถ เป็นต้น ควรมีการบริหารจัดการให้ภาระหนี้สินเหล่านี้มีจำนวนลดลง หากสินเชื่อชนิดใดสามารถปิดได้ ควรทำปิดให้เรียบร้อย และยื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อธนาคาร
  • ขอยื่นบัญชีเงินฝากเพิ่ม สำหรับพนักงานออฟฟิศที่มีวินัยทางการเงิน หากคุณมีบัญชีเงินฝากที่แยกจากบัญชีรับเงินเดือน คุณสามารถขอยื่นเอกสารเพิ่มเติมได้ โดยที่เงินฝากนั้นอาจจะมาจากเงินออมที่คุณแยกเก็บจากเงินเดือนไว้ทุกเดือน หรือเป็นเงินที่คุณได้มาจากการทำอาชีพเสริมอื่น ๆ ธนาคารสามารถนำไปพิจารณาเพื่อนำไปสู่การอนุมัติสินเชื่อบ้านได้

ไม่ยากเลยใช่ไหมสำหรับการขอสินเชื่อบ้านของพนักงานออฟฟิศ โดยคุณยังสามารถปรึกษาเบื้องต้นกับโครงการบ้านหรือเจ้าหน้าที่สินเชื่อ เพื่อเริ่มต้นตรวจสอบวินัยทางการเงินและภาระหนี้สินของคุณก่อนเริ่มดำเนินการขอสินเชื่อ และที่สำคัญคือเลือกซื้อบ้านที่สอดคล้องกับรายได้ของตัวเอง อย่าเลือกบ้านที่แพงเกินกำลัง เพราะอนาคตหากผ่อนไม่ไหวจากบ้านที่แสนสุข อาจจะเป็นภาระที่แสนเศร้าแทนได้

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save