อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต?

ถ้าเราตอบคำถามนี้ได้เราจะสามารถบริหารจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทุกคนที่ปราศจากเป้าหมายชีวิต จะทำแต่สิ่งที่ไม่สำคัญและหลงระเริงไปกับความ โลภ โกรธ หลง เป็นกิเลศพื้นฐานที่มนุษย์ทั่วไปพึงมี ตัวคุณเองเท่านั้นที่จะตอบได้ว่าจริง ๆ แล้ว “สิ่งไหนคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคุณ” และไม่มีคำตอบไหนผิด เพราะแต่ละคนก็ให้ความสำคัญกับแต่ละเรื่องไม่เท่ากัน แต่ไม่ว่าคำตอบของคุณจะออกมาเป็นอะไร อลิสคิดว่าคุณควรจะหาเวลานั่งพิจารณา คิดไตร่ตรองและตอบคำถามนี้กับตัวเองให้ได้

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งนั้นสำคัญกับเรา?

ถ้าคิดแบบสุดโต่งก็ประมาณว่า เรายอมตายเพื่อสิ่งนั้นได้ไหม หรือถ้าต้องแลกบางอย่างกับสิ่งนั้นเราก็ยินดีที่จะแลก ลองคิดและเขียนออกมานะคะ แล้วคุณจะพบว่ามันมีไม่กี่อย่างหรอกค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ครอบครัว, สุขภาพ, งาน, เงิน…แล้วลองเรียงลำดับความสำคัญของสิ่งที่เขียนออกมาตามลำดับ บางคนจะพบว่าจริงๆแล้วคุณใช้เวลากับสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรกมากอยู่แล้ว และนั่นเป็นเรื่องดีค่ะ เพราะเราจะได้บริหารจัดการเวลาให้กับสิ่งที่สำคัญอื่น ๆ ของเราต่อไป แต่ถ้าไม่ใช่ แสดงว่าเราควรจะต้องหาเวลาให้กับสิ่งที่สำคัญอันดับแรกของเราซะแล้ว

ตั้งเป้าหมายให้กับสิ่งที่สำคัญ

เมื่อเรารู้แล้วว่าอะไรสำคัญกับชีวิตเรา ให้เราเริ่มตั้งเป้าหมายกับสิ่งนี้ (อยากเปลี่ยนแปลงหรือทำอะไรให้ดีขึ้น) โดยเริ่มจากง่าย ๆ ก่อนก็ได้ค่ะ เช่น สุขภาพ เราอยากมีสุขภาพที่ดี ก็ต้องเริ่มหาวิธีที่จะทำให้สุขภาพดี ยิ่งเป้าหมายของเราชัดและละเอียดมากขึ้น งานที่เราต้องทำเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายก็จะมีผลมากขึ้น (Impact&Value) เช่น เราจะเป็นนักกีฬาอาชีพ การซ้อมก็จะมีผลต่อเป้าหมายเรามากกว่าไปทำอย่างอื่น เขียนเป้าหมายและวิธีการออกมาให้ชัดเจน และหมั่นตรวจสอบบ่อย ๆ เพื่อย้ำเตือนตัวเราเสมอว่า อะไรคือเป้าหมายที่สำคัญของเรา และเรามีอะไรบ้างที่ต้องทำเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายตรงนั้น

เราต้องทำทุกอย่างเองไม๊?

บางครั้งงานสำคัญบางงานที่เราไม่ชำนาญแต่หาคนทำแทนได้ เราก็สามารถหาคนที่เก่งกว่ามาทำแทนเราได้และประหยัดเวลากว่าด้วย (ไม่ว่าจะด้วยวิธีการว่าจ้างหรือร้องขอ หรือผลประโยชน์ต่างตอบแทนบางอย่าง) ส่วนถ้างานไหนเราถนัดและทำได้ดีกว่าเราก็ควรทำเอง งานที่ต้องเป็นเราเท่านั้น เช่น ถ้าคุณอยากสุขภาพดี คงไม่มีใครทำแทนตัวคุณเองได้ การดูแลลูกในฐานะความเป็นแม่ หรือ การดูแลพ่อแม่ของเราในฐานะลูก ก็คงไม่มีใครทำแทนเราได้

จัดสรรเวลาให้สิ่งที่เราต้องทำ

เริ่มต้นแบบง่าย ๆ ก่อนโดยทำตารางแบบตารางเรียนเลย วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ แล้วใส่สิ่งที่เราจะต้องทำลงไป โดยต้องมีกำหนดระยะเวลาด้วย

แต่ละอย่างอาจเลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละวัน เนื่องจากชีวิตจริงเราไม่สามารถทำได้ตามกำหนดเวลาทั้งหมด แต่จะเป็นการย้ำเตือนตัวเราว่าจะต้องหาเวลาสิ่งนั้น ๆ เช่น ออกกำลังกายขั้นต่ำ 30 นาที 3 วัน ต่อสัปดาห์ นั่งสมาธิ 15 นาที 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ เป็นต้น บางอย่างสามารถใช้เวลาทำร่วมกับกิจกรรมอื่นได้เพื่อประหยัดเวลา อย่างเช่น เราต้องการพัฒนาตนเอง จำเป็นที่จะต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ซึ่งด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันเราสามารถขับรถไปแล้วเปิดฟังสิ่งที่เราสนใจ เพื่อพัฒนาความรู้ของเราไปด้วยก็ได้

สร้างวินัยเพื่อเปลี่ยนให้เป็นนิสัย

สิ่งที่เราวางแผนและคิดมาทั้งหมด จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าเราไม่ลงมือทำ วินัย จึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ในการบริหารจัดการเวลา เมื่อเราทำอะไรซ้ำ ๆบ่อย ๆ มันจะกลายเป็นนิสัย “สิ่งที่ทำให้คนไม่ประสบความสำเร็จ ไม่เคยเป็นปัญหาเรื่องการมีเวลาไม่พอ แต่เป็นปัญหาเรื่องการมีวินัยไม่พอเสมอ” credit ขุนเขา เชื่อเถอะ ถ้าสิ่งนั้นสำคัญกับคุณจริง ๆ คุณจะมีเวลาให้กับมันเสมอ ดังนั้นการบริหารจัดการเวลาให้มีประสิทธิภาพ หัวใจสำคัญ คือ เป้าหมาย ตารางเวลา วินัย และความรักในสิ่งที่ทำบ่อยครั้ง การที่จะไปถึงเป้าหมายสูงสุด อาจจะหมายถึงการที่ต้องทำสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบหลายๆอย่างระหว่างทาง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่เราอยากจะไปถึง และนี่เป็นบททดสอบชีวิตอีกด่านหนึ่งที่จะตอบคุณว่า “คุณต้องการสิ่งนั้นจริง ๆ ไม๊”

By | 2021-07-13T07:00:29+00:00 July 13th, 2021|เขียนบทความ|0 Comments

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save