ที่มาของฝันร้าย รู้เพื่อเลี่ยง แก้อาการนอนไม่พอได้ตรงจุด

ตื่นเช้ามาพร้อมกับความไม่สดชื่น อ่อนเพลีย เพราะต้องเผชิญกับฝันร้ายหลายคืนติด อาการไม่พึงประสงค์ที่มารบกวนช่วงเวลาที่ร่างกายควรได้รับการพักผ่อนที่มีคุณภาพ แต่กลับต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกจากฝันร้ายอยู่เป็นประจำ ครั้นจะข่มตาหลับอีกครั้งก็นอนหลับยาก จนเกิดอาการนอนไม่พอ สุขภาพร่างกายเสื่อมโทรมลงทุกวัน และเพื่อไม่ให้กลายเป็นปัญหาเรื้อรังมากไปกว่านี้ วันนี้เราจึงมาช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ค้นหาสาเหตุที่มาของการนอนฝันร้ายอยู่เป็นประจำ เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด

5 สาเหตุทำให้ฝันร้าย ที่มาทำให้เกิดอาการนอนไม่พอ

1.เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อจิตใจ และไม่สามารถปล่อยวางได้ ส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจที่ย่ำแย่และอ่อนแอ จนเก็บไปเศร้าต่อในฝัน กลายเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนคุณทั้งยามหลับและยามตื่น

2.เครียดสะสม ความเครียดที่ครอบงำจิตใจ ส่งผลให้เกิดอาการฝันร้ายอยู่เป็นประจำ ร่างกายและจิตใจเริ่มจมดิ่งสู่อารมณ์ด้านลบ ทางที่ดีควรรีบหากิจกรรมผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็นดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย เต้นแอโรบิค หรือเล่นเกมฝึกสมองคลายความเครียด ทั้งนี้ก็เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจให้กลับมามีความสุขเหมือนเคย

3.ทานมื้อหนักก่อนนอน มื้อหนักก่อนนอน ทำให้ระบบย่อยอาหารของร่างกายไม่สามารถทำงานได้ทัน ระบบเมตาบอลิซึมทำงานเพิ่มขึ้น ทำให้สมองตื่นตัวมากกว่าปกติ ส่งผลให้นอนหลับฝันร้าย และเกิดอาการนอนไม่พอตามมา

4.ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่จัด ปริมาณแอลกอฮอล์และสารนิโคตินที่มากเกิน จะส่งผลต่อร่างกายในเชิงลบ รวมถึงอาการฝันร้ายอยู่เป็นประจำ

5.นอนกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับ อาหารเหล่านี้ส่งผลให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนที่มีคุณภาพ ร่างกายจึงไม่สามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ และเมื่อสุขภาพร่างกายรวมถึงสุขภาพการนอนหลับย่ำแย่ จึงทำให้เวลานอนหลับมักนอนหลับฝันร้าย ซึ่งฝันร้ายนั้นจะส่งเสียต่อเนื่องให้กับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการเกิดอาการนอนไม่พอ นอนหลับยาก และอาการนอนไม่หลับตามมา

วิธีเลี่ยงให้ห่างไกลการนอนฝันร้าย ป้องกันการเกิดอาการนอนไม่พอได้เห็นผล

1.ทำกิจกรรมสันทนาการ เมื่อร่างกายเข้าสู่โหมดตึงเครียด หรือเผชิญกับภาวะซึมเศร้าและเรื่องราวที่กระทบกระเทือนจิตใจ การหากิจกรรมสันทนาการหรือหาความบันเทิงให้กับตัวเอง ดูเหมือนจะเป็นทางออกที่ทำให้ลืมความเศร้าคลายความทุกข์ลงได้บ้าง และเมื่อสภาพจิตใจดีขึ้นอาการฝันร้ายก็จะค่อย ๆ หายไป

2.งดทานก่อนเข้านอน ไม่ว่าจะมื้อหนักหรือมื้อเบา ควรจัดระเบียบวินัยให้กับตัวเอง งดทานอาหารก่อนเข้านอนไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง เพื่อให้ระบบย่อยอาหารได้มีเวลาทำงานได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเผชิญกับภาวะย่อยยาก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายรู้สึกไม่สบายตัวและเกิดฝันร้ายระหว่างนอนหลับ

3.หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และนิโคติน เพราะสารเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่เว้นแม้แต่ยามหลับ ซึ่งการตื่นตัวของร่างกายจากสารเหล่านี้ ส่งผลให้เกิดอาการนอนหลับฝันร้าย ซึ่งแม้ร่างกายจะหลับจากความมึนเมา แต่นอนก็เหมือนไม่ได้นอน ตื่นเช้ามารู้สึกมีอาการนอนไม่พออยู่ดี

4.ปรึกษาแพทย์ เมื่อคุณมีอาการผิดปกติของการนอนหลับ อย่างนอนกรนจนทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับอยู่เป็นประจำ อาการที่หลายคนนิ่งเฉยเพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ได้ปกติเหมือนที่คิด เพราะฝันร้ายเป็นแค่สัญญาณเริ่มต้น แต่หากยังปล่อยไว้ไม่รักษา อาการอาจทวีความรุนแรงจนเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า ไหลตายก็เป็นได้

และทั้งหมดนี้คือสาเหตุที่ทำให้มนุษย์อย่างเราต้องเผชิญกับอาการฝันร้ายอยู่เป็นประจำ อาการที่ทำให้ร่างกายตอบสนองทางอารมณ์ในแง่ลบ จนส่งผลเสียต่อสุขภาพการนอน นอนหลับยาก หรือบางคนมีอาการนอนไม่หลับจากความกลัวว่าหากหลับแล้วจะต้องเจอกับฝันร้ายอีก ผลเสียที่ตามมาทำให้ในทุก ๆ เช้า คุณตื่นเช้ามาพร้อมกับความอ่อนเพลีย หรือบางคนเจอฝันร้ายปลุกให้ตื่นกลางดึกอยู่เป็นประจำ จนเกิดอาการนอนไม่พอ สุขภาพย่ำแย่ ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่ดีเหมือนเดิม ป่วยบ่อย ไม่สดชื่น ทางที่ดีต้องรีบแก้ปัญหาด้วยวิธีเลี่ยงไม่ให้นอนหลับฝันร้ายที่เรานำมาฝาก รับรองได้เลยว่าคุณจะนอนหลับสบาย ไม่มีฝันร้ายมากวนใจอีกต่อไป

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save