ควรตั้งการ์ดอย่างไร ไม่ให้มีการระบาดรอบ 2 ของ Covid 19

เมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อ Covid 19 รายใหม่ของไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง บวกกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการ Lock Down และผลกระทบจากการหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจนานกว่า 2 เดือน ที่เป็นสองตัวแปรหลักที่ทำให้รัฐบาลตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการ Lock Down ด้วยการค่อย ๆ เปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจทีละเล็กละน้อย เป็น 4 เฟสตามความเสี่ยงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า โดยหวังว่าสถานการณ์ของโรคระบาดครั้งนี้กำลังจะจบลงและผู้คนจะได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติอีกครั้ง แต่กลับมีคำเตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดรอบใหม่ จากสัญญาณหลายอย่างที่แสดงให้เห็นว่า “คนไทยกำลังการ์ดตก

การป้องกัน Covid 19 ของคนไทยลดลง หลังเริ่มคลายล็อคดาวน์

เมื่อกิจกรรมต่าง ๆ เริ่มกลับเข้าสู่โหมดปกติ คนไทยก็ดูจะคลายกังวลกับสถานการณ์ของโรคระบาดครั้งนี้ และเริ่มผ่อนมาตรการป้องกันการติดเชื้อที่เคยทำอย่างเคร่งครัดในช่วงก่อนหน้านี้ลง อาทิ ไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัยขณะออกจากบ้านหรืออยู่ในที่ชุมชน ไม่ค่อยพกเจลหรือแอลกอฮอล์ รวมถึงล้างและทำความสะอาดมือน้อยลง สถานที่บางแห่งไม่เคร่งครัดในเรื่องมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ปล่อยให้ผู้คนอยู่รวมกันอย่างแออัด โดยไม่จำกัดจำนวนคนเหมือนที่เคยทำในช่วงระบาดหนัก รวมถึงการที่หน่วยงานต่าง ๆ ให้พนักงานทำงานที่บ้าน (Work From Home) ลดลงด้วย

เมื่อสิ่งที่เคยเป็น “การ์ด” ป้องกัน Covid 19  อย่างมีประสิทธิภาพเริ่มลดระดับความเข้มลง ก็อาจทำให้เชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งอาจแฝงอยู่ในผู้คนทั้งแบบแสดงอาการน้อยและไม่แสดงอาการ ได้กลับมาแพร่กระจายอีกครั้ง ซึ่งหากเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น จะทำให้มีผู้ป่วยรายใหม่และเสียชีวิตเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ ดังที่ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าจะมีโอกาสเกิดการระบาดรอบ 2 เกิดขึ้นแน่นอนและการแพร่เชื้อสำหรับการระบาดรอบ 2 จะรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากเชื้อจะกระจายตัวแบบ “ยกกำลังสอง ไม่ใช่คูณสอง

การแพร่ระบาดรอบ 2 เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาแล้วในหลายประเทศ ซึ่งได้คลาย Lock Down หลังมั่นใจว่าสถานการณ์ Covid 19 คลี่คลายและเชื่อว่ากำลังจะจบลง จึงให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของผู้คนในประเทศกลับสู่โหมดปกติ แต่หลังจากนั้นไม่นานก็จะพบผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นจำนวนมากจนน่าตกใจ ที่สำคัญมักจะ “ไม่พบต้นตอของการแพร่ระบาดอย่างชัดเจน” ดังเช่นกรณีของเกาหลีใต้ ที่เกิดจากการสังสรรค์ในสถานบันเทิงย่านอิแทวอน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อในรอบ 2 พุ่งทะลุหลักร้อยอีกครั้ง รวมถึงกรณีของจีน ซึ่งพบการติดเชื้อแบบกลุ่มที่เมืองซูหลาน มณฑลจี้หลิน และเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย จนทางการจีนต้องกลับมาใช้มาตรการ Lock Down ใหม่อีกครั้ง พร้อมใช้มาตรการตรวจหาเชื้อเชิงรุกในประชาชน 11 ล้านราย ขณะที่คณะกรรมาธิการยุโรปก็ได้ส่งสัญญาณเตือนประเทศสมาชิกให้เตรียมพร้อมรับมือการระบาดรอบ 2 ของโควิด 19 ด้วยเช่นกัน

ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดโอกาสการระบาดรอบ 2 ของ Covid 19  ในประเทศไทย

การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบใหม่หรือที่เรียกว่า New Normal คือหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้ไทยลดความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับสถานการณ์โรคระบาดรอบใหม่ได้ พฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบใหม่ที่จะต้องสร้างให้เป็นความเคยชินนับจากนี้ ได้แก่

  • การใช้ระบบคัดกรองผู้เข้าอาคารหรือสถานที่ต่าง ๆ ด้วยการวัดอุณหภูมิร่างกาย ซึ่งจะสามารถป้องกันการระบาดได้ถึง 87%
  • สวมหน้ากากอนามัย จะช่วยป้องกันการแพร่เชื้อได้ถึง 80%
  • การล้างมือบ่อย ๆ ซึ่งจะสามารถลดเชื้อโรคที่อยู่บนมือได้ถึง 90%
  • การเว้นระยะห่าง ป้องกันการระบาดได้ 70%
  • การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้มากขึ้น เพื่อลดและเลี่ยงการสัมผัส เช่น การใช้ระบบ Mobile Banking ในการรับ-จ่ายเงิน แทนการจับธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ ระบบการเรียนออนไลน์ ประชุมออนไลน์ และการใช้ระบบการแพทย์ทางไกล (Tele-Medicine) เป็นต้น

พฤติกรรมใหม่ (New Normal) เหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยป้องกันการระบาดรอบใหม่ของ Covid 19 ได้เท่านั้น หากแต่ยังช่วยป้องกันโรคระบาดอีกหลายโรค อาทิ โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โรคหวัด ฝุ่นละอองจากมลพิษทางอากาศ รวมถึงฝุ่นพิษ PM 2.5 ได้อีกด้วย ไม่แน่ว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะกลายเป็นพฤติกรรมที่เราขาดไม่ได้แม้จะจบปัญหาโรคนี้แล้วก็ตาม

https://pixabay.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save