การวิพากษ์วิจารณ์ โดย เดล คาร์เนกี (นักจิตวิทยาเรื่องความสัมพันธ์มนุษย์)

ไม่มีใครชอบถูกวิพากษ์วิจารณ์ การวิพากษ์วิจารณ์สำหรับบางคนแล้วคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี โดยเฉพาะใช้คำว่า “หวังดี” เพื่อเข้าวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นโดยไม่สนอะไร เพราะถือว่าหวังดี แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นสิ่งที่อันตรายมาก มันเป็นการทำลายศักดิ์ศรีผู้อื่น โดยเรามักใช้บรรทัดฐานของตนเองว่าต้องทำแบบนี้ถึงจะถูก โดยลืมไปว่าบริบทนั้นแตกต่างกัน

การวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องเสียหายในที่ประชุม ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ทำให้ผู้อื่นเสียศักดิ์ศรี ไม่ให้เกียรติ การวิพากษ์วิจารณ์ต่อหน้าคนอื่น ๆ หรือในที่ ๆ มีคนรับรู้จำนวนมากเพื่อหวังว่าจะให้คนอื่น ๆ เห็นเหมือนเราโดยใช้คำว่า“หวังดี” ต้องช่วยกันแสดงความเห็นอย่างเต็มที่ ช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์ 

การทำเช่นนี้มันเป็นสิ่งที่ผิดพลาดอย่างมากเพราะสิ่งที่คุณจะได้รับกลับมาคือการตั้งการ์ดที่สูงขึ้นเพราะโดยธรรมชาติของคนแล้วต้องป้องกันตัวเอง ในการสนทนาแต่ละครั้งเค้าจะตั้งการ์ดที่สูงขึ้นมาก่อนแล้วดูว่าคุณจะพูดอะไร จึงทำให้การสนทนามักไม่เริ่มด้วยดีและไม่จบลงด้วยดีเช่นกัน ไม่ไว้ใจ ไม่เปิดใจยอมรับคุณ และหากเป็นเช่นนี้นานวันเข้า การสนทนาของคุณจะเริ่มห่างไกลจากผู้คน การสนทนาเหลือแค่เพียงพูดแล้วได้ยิน สนทนาเท่าที่จำเป็น การสนทนาจะรู้สึกได้ของระยะห่างและระยะที่ว่าจะกว้างมากขึ้น

หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นเพียงเพราะเค้าไม่ได้ทำอย่างที่เราคิด เราไม่เห็นด้วยกับแนวคิดเค้า ไม่ทำตามขั้นตอน แบบแผนเหมือนที่เราทำ ดังนั้นอย่าใช้คำว่า “หวังดี” เพื่อจะการวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่น

การวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นตรงๆมักจะออกมาในรูปแบบคำสั่ง แน่นอนมักไม่มีใครชอบ เช่น 

  • ภรรยาอยากให้สามีทำอะไรให้เค้าจะใช้เสียงสองเข้าพูดคุย ผลที่ได้คือสามีจะเต็มใจทำให้และทำได้มากกว่าที่ภรรยาต้องการด้วยซ้ำ ในเหตุการณ์หน้าหรือเรื่องอื่น ๆ ก็จะเป็นเรื่องง่ายที่สามีจะทำให้ด้วยความเต็มใจ “สบายใจทั้งสองฝ่าย” ถึงแม้จะรู้ว่าภรรยาให้ทำในสิ่งที่สามีไม่ได้อะไรแต่ก็เต็มใจทำให้
  • ในทางตรงกันข้ามหากภรรยาพูดว่าเราตกลงกันไว้แล้ว มีระเบียบที่ชัดเจนติดไว้ที่ประตูบ้านคุณเห็นไหม หากคุณทำคุณจะได้ประโยชน์แบบนี้ดังนั้นทำซะ  คุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น สามีจะรู้สึกว่าโดนบังคับ หากทำก็ทำเท่าที่จำเป็นและแน่นอนไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ๆ เลยเพราะคุณจะไม่ได้อะไรแน่นอน “ไม่สบายใจทั้งสองฝ่าย” และสิ่งสุดท้ายที่คุณจะได้คุยกันคือความเงียบ ต่างคนต่างไป

ดังนั้นการประนีประนอมมักได้ผลที่ดีกว่า การประนีประนอมและใช้ความจริงใจ จะทำให้การสื่อสารหรือภาษาท่าทางที่ออกมาเป็นมิตรมากขึ้น 

อย่ายึดติดกับอะไรมากเกินไปแม้แต่ระเบียบที่ว่าถูกต้องเพราะจริง ๆ แล้วเราไม่ได้ต้องการทำตามระเบียบ แต่เราต้องการทำสิ่งต่าง ๆ ในขีวิตที่สบายใจทั้งสองฝ่าย ทำสิ่งที่ตนเองและผู้อื่นไม่มีใครเดือดร้อน ได้ผลที่ต้องการออกมาเหมือนกัน จงจำไว้ว่าเราไม่ได้ต้องการทำตามระเบียบมันเป็นแค่เครื่องมือ การโยนไข่ไก่ลงจากตึก 10 ชั้นโดยไม่ให้แตกเป็นไปไม่ได้สำหรับวิธีการที่แข็งกร้าว แต่จะสำเร็จได้โดยใช้วิธีที่อ่อนนุ่มที่สุด

อย่าจำแล้วนำไปใช้ แต่จงใช้ความจริงใจ ความหวังดีแบบไม่รุกล้ำ อย่าใช้ความรู้สึกว่าเราคิดถูก ต้องแบบนี้ซิ เราเก่งกว่า แล้วผลจะออกมาดีอย่างที่คุณอาจคาดไม่ถึง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save